สนช.เห็นชอบ 5 ว่าที่ กกต.

2018-07-12 17:50:22

สนช.เห็นชอบ 5 ว่าที่ กกต.

สนช.ประชุมลับ 3 ชม.ลงมติเห็นชอบ 5 ว่าที่ กกต. ไม่เห็นชอบ “สมชาย-พีระศักดิ์” ด้าน “พรเพชร” เตรียมสรรหา กกต.อีก 2 คน 




เมื่อวันที่ 12 ก.ค. มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 7 คน ตามที่คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ได้รับการเสนอชื่อ



Advertisement



ทั้งนี้หลังการประชุมลับนาน 3 ชม. ผลปรากฎว่า มีผู้ได้รับคะแนนเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิก สนช. ที่มีอยู่ 246 คน หรือ 123 เสียงขึ้นไป ถือว่าได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง กกต. 5 คน ประกอบด้วย 1.ศ.ดร.สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อาจารย์ประจำคณะพลังงาน ส่ิ่งแวดล้อมและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบ 178 คะแนน ไม่เห็นชอบ 20 และงดออกเสียง 3 2.นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และอดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา และกรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ได้รับคะแนนเห็นชอบ 186 ไม่เห็นชอบ 10 งดออกเสียง 5 3.นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีต ผวจ.สระบุรี ปราจีนบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง และลำปาง  ได้รับคะแนนเห็นชอบ 184 ไม่เห็นชอบ 12 งดออกเสียง 5 4.นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ได้รับคะแนนเห็นชอบ 184 ไม่เห็นชอบ 11 งดออกเสียง 6 และ 5.นายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้รับคะแนนเห็นชอบ 185 ไม่เห็นชอบ 10 และงดออกเสียง 6



ส่วนอีก 2 คนที่ได้รับคะแนนเห็นชอบน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สนช.ที่มีอยู่ ถือว่าไม่ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งกกต. ประกอบด้วย นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้รับคะแนนเห็นชอบ 3 ไม่เห็นชอบ193 งดออกเสียง 5 และ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าราชการหลายจังหวัด ได้รับคะแนนเห็นชอบ 28 ไม่เห็นชอบ 168 งดออกเสียง 5

ด้านนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. แถลงผลภายหลังจากที่ประชุม สนช.มีมติให้ความเห็นชอบให้ผู้ดำรงตำแหน่ง กกต. 5 คน ว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยกกต.พ.ศ.2560 ทั้ง 5 คน จะต้องลาออกจากตำแหน่งต่างๆภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ สนช.ให้ความเห็นชอบ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 26 ก.ค.นี้ ซึ่งภายหลังพ้นวันที่ 26 ก.ค.ไปแล้ว หากบุคคลทั้ง 5 คน ได้ดำเนินการลาออกจากตำแหน่งต่างๆตามกฎหมาย กกต.แล้ว ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะดำเนินการให้ผู้ที่ผ่านความเห็นชอบจาก สนช.ดังกล่าวประชุมร่วมกันเพื่อเลือก ประธาน กกต.จำนวน 1 คน ก่อนจะนำรายชื่อทั้ง 5 คนขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป เนื่องจากแม้ สนช.จะไม่ได้ให้ความเห็นชอบ กกต.ครบทั้ง 7 คน แต่กฎหมาย กกต.กำหนดให้ผู้ที่ผ่านความเห็นชอบเป็น กกต.จำนวน 5 คนก็สามารถทำหน้าที่และเป็นองค์ประชุมได้  อย่างไรก็ตาม ถ้ามีบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งต่างๆตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.กำหนด จะมีผลให้ผู้ที่ผ่านความเห็นชอบจาก สนช.ที่เหลือไม่สามารถเป็นองค์ประชุม เพื่อเลือกประธาน กกต.ได้ เพราะจะเหลือองค์ประชุมแค่ 4 คน ซึ่งไม่สามารถทำหน้าที่เลือกประธาน กกต.และไม่อาจนำรายชื่อดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯได้ เพียง แต่บุคคลที่ได้ลาออกจากตำแหน่งต่างๆครบแล้วนั้น ยังคงมีสถานะเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบจากสนช.ตามเดิมต่อไป ทั้งนี้ หากมีการโปรดเกล้าฯกกต.ชุดใหม่แล้ว กกต.ชุดปัจจุบันจะพ้นจากตำแหน่งทันที


ประธานสนช. กล่าวว่า ส่วนการสรรหา กกต.อีก 2 คนนั้นจะทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกาในฐานะประธานกรรมการสรรหา เพื่อประชุมคณะกรรมการสรรหาอีกครั้ง ซึ่งกระบวนการสรรหาใหม่จะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 90 วัน อย่างไรก็ตาม ในที่นี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าการสรรหา กกต.ใหม่อีก 2 คน จะใช้กระบวนการเชิญบุคคลที่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญเข้ามารับการสรรหาตาม มาตรา 12 ของกฎหมาย กกต.หรือไม่ เพราะต้องรอให้มีการประชุมคณะกรรมการสรรหาก่อน 


Advertisement