ม.นเรศวรเจ๋ง! คิดค้น "แม่พิมพ์ซีเมนต์กระดูก" รักษาติดเชื้อข้อเข่าเทียม

2018-07-12 17:00:50

ม.นเรศวรเจ๋ง! คิดค้น "แม่พิมพ์ซีเมนต์กระดูก" รักษาติดเชื้อข้อเข่าเทียม

มหาวิทยาลัยนเรศวรแถลงความสำเร็จ คิดค้น“แม่พิมพ์ซีเมนต์กระดูกสำหรับการรักษาการติดเชื้อของข้อเข่าเทียม” (Bone cement spacer mold for treatment of infected knee arthroplasty) เพื่อให้ศัลยแพทย์สามารถทำการรักษาการติดเชื้อของข้อเข่าเทียมได้โดยสะดวกมากยิ่งขึ้น

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร อ.เมือง จ.พิษณุโลก นางกาญจนา เงารังษี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ ดร.ปัญญวัณ ลำเพาพงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์มณฑล กาฬสีห์ อาจารย์ประจำภาควิชาออโธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ แถลงความสำเร็จ การคิดค้น “แม่พิมพ์ซีเมนต์กระดูกสำหรับการรักษาการติดเชื้อของข้อเข่าเทียม”

ทั้งนี้เนื่องจาก โรคข้อเข่าเสื่อมมีความสัมพันธ์อย่างมากกับอายุ โดยทั่วไปจะพบมากในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไปและพบสูงถึงร้อยละ 60 ในกลุ่มที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ทั้งนี้หากผู้ป่วยมีอาการข้อเสื่อมอย่างรุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้รักษาข้อเข่าเสื่อมโดยการผ่าตัด แต่ถึงอย่างไร ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมไปแล้ว นานวันเข้าแม้จะไม่มีการแสดงอาการถึงความเจ็บปวดของข้อเข่า จึงไม่ได้ไปพบแพทย์ตามที่นัดเพื่อตรวจดูอาการ เพราะอาจจะคิดไปเองว่าไม่เป็นอะไรแล้ว แต่นั่นอาจเป็นบ่อเกิดของปัญหาใหญ่ที่จะทำให้ข้อเข่านั้นเกิดการติดเชื้อของข้อเข่าเทียมที่เคยได้รับการผ่าตัดมาก่อนหน้านี้ก็เป็นได้ เพราะผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมนั้นควรได้รับการตรวจดูอาการตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ โดยทั่วไปจะพบประมาณ 2-5 %

Advertisement




ล่าสุด ทีมวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้คิดค้น“แม่พิมพ์ซีเมนต์กระดูกสำหรับการรักษาการติดเชื้อของข้อเข่าเทียม” (Bone cement spacer mold for treatment of infected knee arthroplasty) เพื่อให้ศัลยแพทย์สามารถทำการรักษาการติดเชื้อของข้อเข่าเทียมได้โดยสะดวกมากยิ่งขึ้นกว่าวิธีการดั้งเดิม และวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือเพื่อให้ผู้ป่วยยังสามารถใช้ข้อเข่าในกิจกรรมพื้นฐานของชีวิตประจำวันได้เกือบปกติในระกว่างการรักษา เมื่อเทียบกับวิธีการดั้งเดิมที่ต้องดามหรือเข้าเฝือกเพื่อห้ามการเคลื่อนไหวของข้อเข่า ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้จากงานวิจัยนี้ส่งผลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งในระหว่างการรักษาและหลังการรักษา

ด้าน ดร.ปัญญวัณ ลำเพาพงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า จุดเด่นของเครื่องมือนี้ คือ เป็นแม่พิมพ์ที่ใช้ในการขึ้นรูปซีเมนต์กระดูกผสมยาปฏิชีวนะให้มีรูปร่างใกล้เคียงกับข้อเข่าเทียมมากที่สุด เพื่อใช้แทนที่ข้อเข่าเทียมเป็นการชั่วคราว (knee spacer) ในการรักษาการติดเชื้อ ผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยแม่พิมพ์ข้อเข่าส่วนที่ใช้สำหรับกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้ง มีขนาด S M และ L ให้เลือกใช้ตามขนาดข้อของแต่ละบุคคล ใช้งานง่าย ผลิตภัณฑ์มีรูปแบบเป็นชุดเครื่องมือที่ประกอบด้วยแม่พิมพ์พร้อมทั้งอุปกรณ์ประกอบการใช้งาน บรรจุในกล่องเครื่องมือแพทย์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ มีทั้งแบบชุดใหญ่ (Full set) ที่มีครบทุกขนาด และแบบชุดเล็ก (Mini set) แยกตามขนาด สามารถนำเครื่องมือทั้งชุดกลับมาใช้ซ้ำได้หลังผ่านกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อ”

Advertisement




ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์มณฑล กาฬสีห์ อาจารย์ประจำภาควิชาออโธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในกระบวนการรักษาการติดเชื้อของข้อเข่าเทียมจะต้องทำการผ่าตัด 2 ขั้นตอน กล่าวคือการผ่าตัดครั้งที่ 1 เป็นการนำข้อเข่าเทียมเดิมที่ติดเชื้อออก ทำความสะอาดกระดูกส่วนที่ติดเชื้อ และทำการขึ้นรูปซีเมนต์กระดูกผสมยาปฏิชีวนะให้มีรูปร่างเหมือนข้อเข่าเทียมโดยใช้นวัตกรรมที่ได้จากงานวิจัยนี้ (แทนการปั้นด้วยมือเป็นก้อนหรือเป็นแท่ง) เพื่อนำใส่แทนที่ข้อเข่าเทียมเดิมที่ติดเชื้อเป็นระยะเวลา 4-12 สัปดาห์ หลังจากผู้ป่วยหายจากภาวะการติดเชื้อจึงทำการผ่าตัดครั้งที่สอง เพื่อนำซีเมนต์กระดูกรูปข้อเข่าเทียมที่นำใส่ไว้ชั่วคราวนี้ออกและนำข้อเข่าเทียมใหม่ใส่เข้าไปแทนที่

ซึ่งนวัตกรรมแม่พิมพ์ซีเมนต์กระดูกที่ประดิษฐ์ขึ้นนี้ ทำให้ศัลยแพทย์สามารถขึ้นรูปซีเมนต์กระดูกผสมยาปฏิชีวนะให้เป็นรูปทรงของข้อเข่าเทียมได้อย่างสะดวกในระหว่างการผ่าตัด รูปทรงของซีเมนต์กระดูกที่เหมือนกับข้อเข่าเทียมนี้ ส่งผลโดยตรงกับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย สร้างคุณค่าทางอารมณ์ให้ผู้ป่วยมีสุขภาพจิตที่ดีและมีความสุขในระหว่างช่วงสัปดาห์ที่รักษาอาการติดเชื้อเนื่องจากผู้ป่วยยังสามารถเคลื่อนไหวข้อเข่าเพื่อการดำเนินกิจกรรมพื้นฐานในชีวิตประจำวัน เช่น การนั่ง ยืน และเดินได้ ทั้งยังส่งผลต่อเนื่องในการลดการเกิดพังผืดรอบข้อเข่าซึ่งทำให้การผ่าตัดครั้งที่สองทำได้โดยสะดวกมากยิ่งขึ้นและผู้ป่วยจะมีช่วงการงอเข่าได้มากเนื่องจากมีพังผืดน้อย”

ทั้งนี้ทีมวิจัยได้รับทุนวิจัยจากโครงการ Innovation Hubs เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศตามนโยบาย 4.0 กลุ่มเรื่องสังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) ประเภท Translational Research จากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และผลงานวิจัยจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว เตรียมต่อยอดเชิงพาณิชย์ต่อไป.


Advertisement