ชีวิตติสต์สุดๆ !! "อนันดา" เปิดใจ ผ่านวิกฤติเกือบตายมาแล้ว (มีคลิป)

2018-07-12 12:00:23

ชีวิตติสต์สุดๆ !! "อนันดา" เปิดใจ ผ่านวิกฤติเกือบตายมาแล้ว (มีคลิป)

ยังคงเป็นพระเอกหนึ่งเดียวในดวงใจใครหลายคน ทั้งทำเนียบละครหรือวงการภาพยนตร์ต่างจารึกชื่อของเขาผู้นี้ไว้บรรทัดแรกๆ เสมอ สำหรับ อนันดา เอเวอริงแฮม นักแสดงหน้าหล่อสุดเซอร์ ผู้เข้าถึงทุกบทบาท ทั้งแอ๊คชั่น ดราม่า และอีโรติก โดยเฉพาะบทเลิฟซีน ที่ดูแล้ว ทั้งสาวแท้ สาวเทียมต้องใจสั่นระรัวกันทั้งประเทศ!!



เป็นอีกหนึ่งนักแสดงคุณภาพที่ยังคงถูกพูดถึงอยู่เสมอ เพราะบุคลิกที่เป็นคนชัดเจน ไม่ต้องหยิบหน้ากากมาใส่เพื่อให้ตัวเองดูดีอยู่ตลอด จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เข้าถึงตัวเขาได้ง่ายๆ แต่ด้วยสไตล์การใช้ชีวิตติสส์สุดขั้วทำให้หนุ่มอนันดาคนนี้เกือบดับชีวิตตัวเองทิ้งลงกลางคันมาแล้ว! ล่าสุด  "บักจ่อย"  ได้ออกมาเปิดใจในรายการคุยแซ่บSHOW ทางช่องONE31 ที่มี ธัญญ่า ธัญญาเรศ หนิง ปณิตา และ บุ๋ม ปนัดดา เป็นพิธีกร พร้อมตอบคำถามครั้งแรก จริงมั้ย? ที่เป็นหนุ่มฮอตแต่ไร้คนคุยมากว่า 2 ปี ซึ่งวันนี้ชีวีไม่โสดแล้ว เพราะมีสาวนอกวงการดามใจเรียบร้อย

Advertisement






เคยมีประสบการณ์เฉียดตายมาหลายรอบ ?

Advertisement



ก็มีทั้งเสี่ยงตายและอุบัติเหตุ ผมมอเตอร์ไซค์คว่ำมา 2 รอบ ไม่รู้เป็นไรเอาหน้าลง 2 รอบเลย รอบแรกเย็บประมาณ 40-50 เข็ม รอบสองหนักสุด มันคือความสะเพร่าของเราเอง แผลตามตัวเยอะหน้าผมก็ศัลยกรรมมา 2 รอบ จมูกหัก ปากฉีก ตอนที่มอเตอร์ไซค์คว่ำครั้งแรกคือผมถูกมอเตอร์ไซด์อีก 2 คันชน แล้วผมก็ไปชนกับเสาไฟฟ้าแล้วก็กระเด็นไปโดนกำแพงอีกทีแล้วก็สลบ ทุกวันนี้ก็มีปัญหากับเท้านะ เดี๋ยวต้องไปผ่า พอผมสลบเข้าโรงพยาบาล เค้าก็เอามือถือมาเสิร์ชหาเบอร์เจอเบอร์คุณพ่อ พ่อเล่าให้ฟังว่าตอนนั้นประมาณตี 2 เค้าก็บอกว่าอนันดามอเตอร์ไซค์คว่ำ พ่อก็ถามอย่างเดียวว่ารอดมั้ย ? อีกฝั่งหนึ่งก็ตอบว่าไม่แน่ใจ พ่อบอกว่าเป็นเวลา 4 ชั่วโมงที่ทรมานที่สุด



ส่วนเท้าที่มีปัญหาเป็นเพราะอุบัติเหตุตอนมอเตอร์ไซค์คว่ำ คือเหมือนมีอะไรทะลุเท้าผ่านรองเท้าบู๊ตไปอีกฝั่งของรองเท้าเลย มองทะลุเป็นรูเลย ทำให้กระดูกระเบิดเป็นชิ้นๆ หมอบอกว่าซ่อมไม่ได้ต้องรีบปิดแผล ก่อนปิดแผลเค้าให้เซ็นใบยินยอมที่จะต้องตัดนิ้วเท้าสามนิ้ว แต่โชคดีที่ไม่ต้องตัด ส่วนเข่าเลือดคั่งก็ต้องผ่าเข่าเอาเลือดออก ตอนสลบที่แขนก็ไปพาดอยู่กับท่อไอเสีย มันไหม้เป็นรู หนังมันตาย เลยต้องเอาหนังที่ก้นมาแปะ


Advertisement




จริงๆ แล้วเป็นคนติสต์จริงหรือเปล่า ?
ติสต์หรือเปล่า ไม่อยากจำกัดความว่าคนเราเป็นได้อย่างเดียว ถ้าถามว่าชอบอยู่คนเดียวหรือเปล่าก็จริง



เจ้าชู้หรือเปล่า ?

Advertisement



ผมอาจจะเป็นคนคุยกับคนง่าย แต่ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นคนเจ้าชู้ ผมยอมรับว่าผมมีช่วงเวลามีแฟนมากกว่าช่วงเวลาโสด ที่ชอบอยู่คนเดียวเพราะติดมาตั้งแต่เด็ก บางทีกินข้าวคนเดียวร้านหรูหราห้าดาว เอาคอมพ์ไปเปิดหนังดูด้วย



เวลามีแฟนเป็นยังไง ?
ก็คุยกับเค้านะว่าเราเป็นอย่างงี้ ทำอะไรคนเดียว ไม่ได้ตั้งใจหายไป มันไม่ใช่ความตั้งใจที่จะหนีคุณ มันเป็นนิสัยเราเท่านั้นเอง


Advertisement




เลยต้องเปลี่ยนแฟนบ่อยๆ เพื่อหาคนที่เข้าใจเราจริงๆ ?
เราก็ไม่ได้ตั้งใจเปลี่ยนบ่อยหรอก ถ้ามีสักคนที่อยู่กับผมได้ยาวๆ เลยก็ดี ชีวิตรักผมไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ สิ่งที่เกิดขึ้นตอนจบคือต่างคนเดินทางคนละเส้น ไม่ได้ทะเลาะ ส่วนมากเลิกด้วยดีทุกคน แฟนที่คบนานที่สุดก็ 4 ปี




ส่วนใหญ่ใครเป็นคนบอกเลิก ?
ผมครับ ผมไม่ใช่จะตื่นมาแล้วบอกเลิกเลย การเลิกไม่ใช่สิ่งง่าย การคบใครผมไม่เคยมีกรอบตั้งแต่ต้น ว่าปีแรกเราจะเป็นอย่างงี้ ปีต่อไปเราจะย้ายมาอยู่ด้วยกัน สนิทกันมากกว่านี้ เราไม่เคยมองเชิงนั้น ทุกคนที่เราเจอเค้าต่างกัน แล้วผมรู้สึกว่าเสน่ห์ของคนมันอยู่ตรงที่มันมีความเป็นตัวเค้า ความรักที่เกิดขึ้นใหม่ทุกครั้งสำหรับผม



ครั้งไหนเสียใจที่สุด ?
คนที่เพิ่งเลิกกันล่าสุด มันมีผลต่อผมมากๆ เพราะผมก็โตขึ้นมากแล้วไม่ได้อยู่ในวัยช่วงวัยรุ่นที่ค้นหาตัวเอง เราควรทำอะไรนึกถึงคนอื่นมากขึ้น คนก่อนหน้านี้ตอนที่เราเลิกกันเค้าอยู่ในวัยไล่เลี่ยกับผม ผมก็คิดว่าผมไปทำให้เค้าเสียเวลาหรือเปล่า ซึ่งผมไม่แฮปปี้กับตัวเองเลย ถ้าผมจะคบกับใครในอนาคตต้องชัวร์กว่านี้ เข้าใจเค้ามากกว่านี้ เพราะไม่ใช่เด็กแล้ว



มองถึงเรื่องแต่งงานเลยมั้ย ?
ไม่ได้มองถึงเรื่องแต่งงาน ไม่ได้รู้สึกว่ามันจำเป็น กระดาษชิ้นนึงที่เราเซ็นด้วยกันไม่ได้พิสูจน์ว่าเรารักกัน ส่วนเรื่องลูกถ้าถามระหว่างแต่งงานกับครอบครัว ผมคิดว่าครอบครัว คือแต่งงานก็ได้ถ้าทางครอบครัวเค้าต้องการ แต่ผมรู้สึกว่ามันไม่จำเป็นแค่นั้นเอง



ตอนนี้ไม่โสดแล้ว ทำไมไม่ได้ยินข่าวเลย ?
ก็ไม่ได้แอบอะไร เพียงแต่ไม่ได้ออกตัวในสื่อ เป็นคนนอกวงการ คือโสดมาพักใหญ่ได้ 2 ปีแล้ว หลังจากเลิกจากคนก่อนแล้วรู้สึกไม่ค่อยดี เลยอยากใช้เวลากับตัวเองนิดนึงเลยไม่ได้ให้ใครเข้ามา ตอนแรกเราก็ตั้งกำแพงไว้สูงเหมือนกัน เราก็คิดว่าเค้าก็มีแต่สิ่งดีๆ ให้เรา ทำไมเรางี่เง่าไม่รู้จักรับสิ่งที่เค้าให้ ถามว่าสวยมั้ย ในสายตาผมสวยอยู่แล้ว