รักสนุกจนเสี่ยงเอดส์ !! จากเซ็กส์แลกเชื้อ ถึงยา PEP - PrEP

2018-07-10 16:15:25

รักสนุกจนเสี่ยงเอดส์ !! จากเซ็กส์แลกเชื้อ ถึงยา PEP - PrEP

จากกรณีที่ทีมข่าวสกู๊ปพิเศษได้เคยตีแผ่ เรื่องราวของชายคนหนึ่งที่เล่าถึงความผิดพลาดเมื่อครั้งรักสนุก ลงทำศึกแบบเกณฑ์เป็นหมู่สมสู่โดยไม่สวมถุงยาง มารู้ตัวอีกทีเมื่อสายหัวใจแทบวายเพราะติดเชื้อ ...  HIV แฉ!! เรื่องเล่าชาวทวีต หาคู่สวิงกิ้ง ปาร์ตี้ยา-ไม่สวมถุง แพร่เอดส์ไม่รู้ตัว



แต่หลังจากเกิดการเสี่ยงแล้ว เราจะมีความขลาดกลัว เกิดความกังวล ระคนความละอาย ขอให้เอาชนะความคิดเหล่านั้นเสีย แล้วรีบโทร.ปรึกษาแพทย์ทันที เพราะความเสี่ยงนั้นไม่ใช่ความผิด และเราสามารถจัดการกับมันได้แม้ว่าจะเกิดขึ้นโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ขอให้รวบรวมสติแล้วนึกถึงยาต้านฉุกเฉิน หรือ ยา PEP (เป๊ป) 

Advertisement






ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักว่า ยา PEP คืออะไร ?

Advertisement



PEP ย่อมาจาก Post -Exposure Prophylaxis คือ ยาต้านไวรัสที่จ่ายให้สำหรับผู้ไม่ติดเชื้อ HIV ที่เพิ่งมีการเสี่ยงหรือสัมผัสเชื้อ HIV มา เนื่องจาก PEP นั้น ใช้สำหรับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ HIV ในการป้องกันการติดเชื้อหลังมีการเสี่ยงเท่านั้น ก่อนเริ่มกินยานี้จึงต้องตรวจเลือดหา HIV ทุกคน



ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ?
- ถุงหลุด ถุงแตก ไม่ได้ใส่ถุง ไม่ได้สติขณะมีเพศสัมพันธ์ (อยู่ภายใต้ฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือฤทธิ์ยาบางชนิด)
- มีแผล รอยถลอก หรือ มีเลือดออก

Advertisement






PEP ประกอบด้วยยาอะไรบ้าง ?
PEP ประกอบด้วยยาต้านไวรัสประมาณ 3 ชนิด โดยแพทย์จะเป็นผู้เลือกชนิดให้เป็นรายบุคคล โดยเราจะต้องกินยาให้เร็วที่สุด ภายใน 72 ชั่วโมง และกินทุกวันเป็นเวลา 28 วัน


Advertisement




PEP มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?
แพทย์จะเลือกยาตัวใหม่ที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด (เพียง 1 ใน 100) คือ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ถ่ายนุ่ม อ่อนเพลีย โดยอาการจะเป็นหลังจากกินยาในวันแรกๆ แล้วอาการจะค่อยๆ หายไป



รู้จักยา PEP ที่ใช้หลังจากการสงสัยว่าได้รับเชื้อแล้ว มาทำความรู้จักกับยา Prep ที่ช่วยป้องกัน HIV เหมือนกัน แต่สามารถป้องกันได้ก่อนการรับเชื้อดีกว่า

Advertisement



นอกจากยา PEP ที่มีการจ่ายให้แก่ผู้ที่มีความเสี่ยงหลังได้รับเชื้อ ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทาง การแพทย์ เพื่อเข้าแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อ HIV ก็ได้มีการผลิตยา Prep เพื่อเป็นการป้องกัน การแพร่ระบาดของเชื้อ HIV ในเชิงรุกเช่นกัน ว่าแต่ยา Prep คืออะไร และแตกต่างจากยา PEP อย่างไร ลองไปดูกันดีกว่า



ยา PrEP คืออะไร ?
ยา PrEP นั้นย่อมาจาก PreExposure Prophylaxis เป็นยาที่ทานก่อนที่จะได้รับเชื้อหรือป้องกันเชื้อ HIV สำหรับกลุ่มคนที่ไม่มีการตรวจพบเชื้อ HIV แต่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อ จากพฤติกรรมหรือหน้าที่ การงานที่ต้องปฏิบัติ



บุคคลใดบ้างที่เหมาะสำหรับการทาน Prep ?
1. ผู้ที่มีผลเลือดเป็นลบ (ไม่มีเชื้อ HIV) แต่มีคู่รัก หรือคู่นอนที่มีผลเลือดเป็นบวก (มีเชื้อ HIV) ที่ยังไม่ได้รับยาต้าน หรือยังตรวจพบไวรัสในเลือด

2. ผู้ที่มีนิสัยรักอิสระ ชอบเปลี่ยนคู่นอน

3. ผู้ที่เคยกินยาป้องกันเอชไอวีฉุกเฉิน และยังมีพฤติกรรมเสี่ยงในแบบเดิม

4. ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับเพศชาย หรือ สาวประเภทสอง

5. ชายหรือหญิงที่ทำงานบริการทางเพศ

6. ผู้ใช้ยาเสพติด โดยเฉพาะชนิดฉีด

7. ผู้ที่อาจมีภาวะเสี่ยงต่อการเพศสัมพันธ์ขณะที่ไม่ได้สติ (เช่น มึนเมาจากแอลกอฮอล์ และสารเสพติด) โดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ อาจหมายรวมถึงผู้ที่ชอบเที่ยวสถานบันเทิงกลางคืน

8. บุคคลทั่วไป ที่รู้ล่วงหน้าว่าจะต้องไปมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่ทราบผลเลือด เช่น วางแผนไปเที่ยวต่างประเทศและใช้ Dating Application ในการหาคู่นอน



Prep คือยาต้านไวรัสที่ให้ทานเป็นประจำวันเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV Prep ให้ผลที่มีประสิทธิภาพมากในกลุ่มชายรักชาย และสาวประเภทสองที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย โดยหากทานยาอย่างสม่ำเสมอแล้ว จะสามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้ถึง 92% โดยยาที่แนะนำให้ใช้ในปัจจุบันคือ Tenofovir 300 มิลลิกรัม Emtricitabine 200 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง



การทานยาเพร็พ
ก่อนเริ่มทานจะต้องตรวจให้แน่ใจว่า ไม่มีการติดเชื้อเอชไอวีมาก่อน และมีการทำงานของตับ และไตอยู่ ในเกณฑ์ปกติ และควรปรึกษาแพทย์ เพื่อทราบถึงวิธีการดูแลตัวเองที่ถูกต้อง ทั้งการป้องกันเอชไอวี รวมไปจนถึงการตรวจติดตามรักษาและตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เมื่อทานยาเพร็พแล้ว ควรจะติดตามผลเลือดระหว่างทานยาควบคู่ไปด้วย โดยผู้ที่ได้รับยาเพร็พ โดย แพทย์จะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง โดยจะมีการนัดพบแพทย์ทุกๆ 3 เดือน เพื่อตรวจเลือดยืนยันว่า ไม่ มีการติดเชื้อและการทำงานของตับและไตยังปกติดี และจะมีการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทาง เพศสัมพันธ์อื่นๆ อีกด้วย



การทานยา PrEP เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HIV ป้องกันได้มากแค่ไหน ?
การทานยา PrEP นั้นสามารถป้องกันได้การติดเชื้อได้ร้อยละ 44-73 ในกลุ่มชายรักชาย และ ร้อยละ 6,275 ในหญิงหรือชายที่มีเพศสัมพันธ์แบบรักต่างเพศ ทั้งนี้ ประสิทธิผลขึ้นอยู่กับการกินยาอย่างสม่ำเสมอ โดยยา Prep จะออกฤทธิ์อย่างเต็มประสิทธิภาพ หลังจากทานอย่างต่อเนื่องครบ 7 วัน และต้องทานต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ



อาการข้างเคียงหลังรับประทานยา ?
ผู้ที่รับยา Prep จะมีอาการข้างเคีย เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน ผลต่อการทำงานของไต การสูญเสียมวลกระดูก การกำเริบของไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น ถ้าหากอยากจะหยุดใช้ยา คนไข้จะต้องเข้ารับการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินตนเองว่าไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงแล้ว ทั้งจากเพศสัมพันธ์และการใช้สารเสพติดชนิดฉีด



เราสามารถทานยา Prep ไปตลอด เหมือนการทานวิตามินได้หรือไม่ ?
ยาทุกชนิดรวมถึงวิตามินนั้นมีการต่อไตและตับ ดังนั้น หากคุณเองไม่ได้มีความเสี่ยง หรือไม่ได้มีพฤติกรรมเสี่ยง ก็ไม่จำเป็นต้องทานยาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สำหรับบุคคลที่ตัดสินใจใช้ยา Prep และเมื่อ ภายหลัง ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงลง ก็สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อหยุดการใช้ Prep ได้ ขั้นตอนการหยุดใช้ยา Prep การหยุดยา Prep ควรทำหลังจากการมีความเสี่ยงครั้งสุดท้ายไปแล้ว 4 สัปดาห์ ก่อนหยุดกิน Prep คนไข้ต้องทำการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี และได้รับคำแนะนำจากแพทย์ถึงการดูแลและการป้องกัน ต่างๆ เพื่อให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ HIV หลังจากนั้น



ข้อควรรู้ การทาน Prep จะต้องตรวจให้แน่ใจก่อนว่า คนไข้ไม่ได้อยู่ในช่วงติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลัน ซึ่งยา Prep นั้นช่วยป้องกันในเรื่องของเชื้อ HIV เท่านั้น ไม่ได้ป้องกันครอบคลุมถึงโรคติดต่อจาก เพศสัมพันธ์อื่นๆ อย่าง ซิฟิลิส หนองใน หูดหงอนไก่ เป็นต้น ทั้งนี้ผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงควรวางแผน ป้องกัน เช่น สวมถุงยางทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติดหรือเข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น หรือปรึกษาแพทย์ รวมถึงสถานพยาบาลต่างๆ เพื่อความรู้และวิธีการรักษาที่ถูกต้อง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

แฉ!! เรื่องเล่าชาวทวีต หาคู่สวิงกิ้ง ปาร์ตี้ยา-ไม่สวมถุง แพร่เอดส์ไม่รู้ตัว