รู้จัก “การยึด” หรือ อายัดเงินดิจิตอล

2018-07-03 13:50:45

รู้จัก “การยึด” หรือ อายัดเงินดิจิตอล

มาทำความรู้จักกับ “การยึด” หรือ อายัดเงินดิจิตอล ตามมาตรฐานสากลกัน


ภาพ Zapp2Photo / Shutterstock.com

Advertisement



คริปโตเคอร์เรนซีหรือ “เงินดิจิตอล” คือหน่วยข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกนำมาใช้แทน “เงินตรา” ในโลกดิจิตอลเนื่องจากความไม่ไว้วางใจที่ผู้ใช้บริการทางการเงินมีต่อระบบสถาบันการเงินและรัฐบาลเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้การทำธุรกรรมทางการเงินต้องอาศัยตัวกลางอย่างสถาบันการเงินอีกต่อไป ผู้ใช้นามแฝงว่า “ซาโตชิ นากาโมโต้ (Satoshi Nakamoto)” ได้นำเทคโนโลยี “บล็อคเชน (Blockchain)” มาใช้แทนสื่อกลางการแลกเปลี่ยนเงินดิจิตอล หรือมาใช้แทนสถาบันการเงิน ลักษณะพิเศษของเทคโนโลยีบล็อคเชนนั้น ตัวตนของผู้ใช้เงินดิจิตอลจะถูกเก็บเป็นความลับโดยสมบูรณ์ และการแลกเปลี่ยนถ่ายโอนเงินดิจิตอลก็สามารถกระทำได้อย่างรวดเร็วเพียงชั่วเวลาวินาที


ภาพ Wit Olszewski / Shutterstock.com

Advertisement




จากลักษณะพิเศษนี้ จึงมีการใช้เงินดิจิตอลในการกระทำความผิดอย่างแพร่หลาย ทั้งการฟอกเงิน การซื้อขายสิ่งผิดกฎหมาย หรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย เพราะการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินดิจิตอลนั้นยากต่อการตรวจสอบและป้องกัน การยึดหรืออายัดเงินดิจิตอลจึงกลายเป็นประเด็นข้อกฎหมายที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ


ภาพ NicoElNino / Shutterstock.com

สำหรับกระบวนการในการยึดหรืออายัดเงินดิจิตอลนั้น สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ United Nations Office on Drugs and Crime ได้วางกรอบกฎหมายให้แต่ละรัฐรับไปเป็นแนวทางในการตรากฎหมายของตนไว้ดังนี้

Advertisement





ภาพ Panchenko Vladimir / Shutterstock.com

ขั้นตอนที่ 1 การตรวจสอบ (Investigation)
เงินดิจิตอลประกอบด้วยโครงสร้างและหน่วยข้อมูลที่ซับซ้อน ดังนั้น การตรวจสอบเงินดิจิตอลที่ใช้ในการก่ออาชญากรรมหรือได้มาจากการก่ออาชญากรรมจึงต้องอาศัยองค์ความรู้พิเศษ การตั้งหน่วยสืบสวนพิเศษเพื่อการยึดหรืออายัดเงินดิจิตอลจึงเป็นสิ่งจำเป็น และหน่วยสืบสวนพิเศษนี้ควรมีนักเข้ารหัส (Cryptographer) เป็นสมาชิกอยู่ด้วย

Advertisement




ภาพ a-image / Shutterstock.com

ขั้นตอนที่ 2 การสืบทราบทรัพย์ (Asset Tracing)
การเริ่มต้นกระบวนการสืบทราบทรัพย์มักเกิดขึ้นจากการเห็นสัญญาณ “ธงแดง (Red Flags)” ซึ่งสำหรับเงินดิจิตอลนั้น สัญญาณธงแดงได้แก่สัญญาณดังต่อไปนี้
- บัญชีธนาคารจำนวนมากอยู่ในครอบครองของผู้ให้บริการระบบหรือบริการแลกเปลี่ยนเงินดิจิตอลเพียงหนึ่งราย
- ผู้ให้บริการระบบหรือบริการแลกเปลี่ยนเงินดิจิตอลซึ่งดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศหนึ่ง แต่มีบัญชีธนาคารอยู่ในอีกประเทศหนึ่ง
- การเคลื่อนไหวไม่ปกติของเงินระหว่างบัญชีของผู้ให้บริการระบบหรือบริการแลกเปลี่ยนเงินดิจิตอลรายหนึ่งกับผู้ให้บริการอีกรายหนึ่งที่อยู่คนละประเทศกัน

Advertisement



- ปริมาณและความถี่ของการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้ให้บริการระบบหรือบริการแลกเปลี่ยนเงินดิจิตอล ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงทางเศรษฐศาสตร์
- ระบบเงินดิจิตอลที่มีระบบการลงทะเบียนที่ไม่ได้มาตรฐานหรือมีความไม่โปร่งใส หรือระบบเงินดิจิตอลที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้ก่ออาชญากรรม มาตรฐานข้อนี้เป็นแนวทางให้แต่ละรัฐบังคับให้ผู้ให้บริการระบบเงินดิจิตอลจะต้องมีระบบการลงทะเบียนตามที่รัฐกำหนด


ภาพ Den Rise / Shutterstock.com

ขั้นตอนที่ 3 การเข้าควบคุมทรัพย์สิน (Control of Assets)
แนวทางการเข้าควบคุมทรัพย์สินที่เป็นเงินดิจิตอลนี้สามารถกระทำได้สองแนวทาง ได้แก่
- บังคับให้เจ้าของบัญชีเงินดิจิตอลมอบชุดข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีของตนให้กับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเข้ายึดหรืออายัด ซึ่งแนวทางนี้ย่อมกระทบถึงสิทธิส่วนบุคคลพื้นฐานของเจ้าของบัญชี และวิธีการนี้ยังไม่สามารถรับรองได้ว่า ชุดข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ได้รับมอบมาจะไม่ถูกทำสำเนาไว้ก่อน
- ใช้กระบวนการถ่ายโอนเงินดิจิตอลตามระบบปกติ โดยให้เจ้าหน้าที่ผู้เข้ายึดหรืออายัดมีบัญชีเป็นของตนเองเพื่อรับการโอนเงินดิจิตอลที่ต้องการยึดหรืออายัด


ภาพ Photon photo / Shutterstock.com

ขั้นตอนที่ 4 การบริหารจัดการทรัพย์สิน (Management of Assets)
เนื่องจากกรรมสิทธิ์เหนือเงินดิจิตอลที่ถูกยึดหรืออายัดนั้นยังเป็นของเจ้าของเดิม รัฐจึงต้องมีการบริหารจัดการเงินดิจิตอลนั้นอย่างระมัดระวัง และระหว่างที่เงินดิจิตอลอยู่ในความครอบครองของรัฐนี่เองที่เงินดิจิตอลอาจเกิดความผันผวนทางมูลค่า หากภายหลังศาลมีคำพิพากษาว่าเงินดิจิตอลดังกล่าวไม่ได้ถูกใช้ในการก่ออาชญากรรมหรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่ออาชญากรรม การคืนเงินดิจิตอลจำนวนนั้นให้แก่เจ้าของเดิมจะคืนให้เป็นจำนวนเท่าไหร่เมื่อพิจารณามูลค่าที่เปลี่ยนแปลงไปของเงินดิจิตอลแต่ละหน่วย ประเด็นนี้ต้องมีบัญญัติไว้ในข้อบทกฎหมายให้ชัดเจนด้วย

โดย เขมฤทัย สุมาวงศ์
นิติกรชำนาญการพิเศษ
สำนักกฎหมาย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง