ซีเอ็นเอ็น ย้อนรอยเด็ก 13 คนติดถ้ำ 9 วันในความมืด ชี้ไม่สนใจป้ายเตือน

2018-07-01 17:30:03

ซีเอ็นเอ็น ย้อนรอยเด็ก 13 คนติดถ้ำ 9 วันในความมืด ชี้ไม่สนใจป้ายเตือน

ประมาณ 13.00 น.ของวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา สภาพท้องฟ้าแจ่มใสเมื่อเด็กชายประจักษ์ สุธรรม วัย 14 ปี, พิพัฒน์ โพธิ วัย 15 ปี และเพื่อนร่วมทีมฟุตบอลเยาวชน “หมูป่าอะคาเดมี” คล้องโซ่จักรยานของพวกเขาไว้กับราวเหล็กเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็สะพายเป้ไว้ด้านหลัง เดินลุยเข้าไปในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เด็กนักฟุตบอล 12 คน และโค้ชอายุ 25 ปีคนหนึ่ง เคยเข้าไปสำรวจภายในถ้ำมาก่อนแล้วหลายครั้ง



ถ้ำหลวง ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่คนในท้องถิ่นรู้จักกันเป็นอย่างดี สำหรับระยะทาง 1 กิโลเมตรแรกลึกจากปากทางเข้าถ้ำ ก็จะมีหินปูนเป็นหินงอกหินย้อยลงมาจากเพดานถ้ำสวยงาม ลึกเข้าไปในถ้ำ ก็จะเป็นทางผ่านเข้าถ้ำแคบ ๆทางเข้า-ออกถ้ำเพียงแห่งเดียว ซึ่งชาวบ้านเตือนว่า ไม่ปลอดภัยที่จะเสี่ยงเข้าไปภายในถ้ำ แต่ด้วยเหตุผลใดไม่เป็นที่แน่ชัด กลุ่มเด็กนักเตะและโค้ช จึงเสี่ยงเข้าไปภายในถ้ำลึก โดยไม่ได้สนใจป้ายเตือนห้ามเข้าในช่วงฤดูฝน ซึ่งปกติจะเริ่มในเดือนกรกฎาคม แต่ปีนี้ ฤดูฝนมาเร็วกว่าปกติ



พวกเขาเดินหน้าเข้าถ้ำไปเรื่อย ๆ ขณะที่เพดานถ้ำก็ต่ำลงและทางผ่านเข้าไปก็เริ่มคดเคี้ยว แต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาล้มเลิกความตั้งใจ โดยไม่รู้ว่า ด้านนอกถ้ำนั้น ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาแล้ว หลายชั่วโมงผ่านพ้นไป เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติใน จ.เชียงราย ก็ได้ไปแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ เมื่อเขาสังเกตเหตุจักรยานหลายคันจอดล่ามโซ่ติดอยู่กับราวเหล็กหลังจากอุทยานปิดแล้ว หลังจากนั้น ความพยายามค้นหาและการกู้ภัยก็เริ่มต้นขึ้นทันที

Advertisement




นักเตะเยาวชนทีมหมูป่า อายุระหว่าง 11-16 ปี และโค้ช อายุ 25 ปี ขณะนี้ หายตัวไปนานกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่กำลังค้นหาพวกเขา ใช้เวลาในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา หย่อนกล่องอาหารยังชีพลงไปตามโพรงที่ค้นพบเหนือถ้ำที่ปกคลุมด้วยป่าไม้ ด้วยความหวังว่า โพรงที่พบจะทะลุลงไปจนถึงเบื้องล่าง



กลุ่มอาสาสมัครช่วยกันสูบน้ำออกจากทางเข้าถ้ำ ทีมค้นหาและการช่วยเหลือจากกองทัพสหรัฐ เดินทางมาถึงตามคำร้องขอของรัฐบาลไทย เพื่อช่วยเหลือพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญเรื่องถ้ำใต้น้ำชาวอังกฤษ ขณะที่ หน่วยซีลของราชนาวีไทย พร้อมชุดประดาน้ำ ก็ดำน้ำไปได้ประมาณ 5 กิโลเมตร (3 ไมล์) เข้าไปถึงทางผ่านที่มืดสนิท เพื่อพยายามค้นหาเด็ก ๆ และเดินทางกลับออกมาโดยที่ยังไม่รู้ว่าเด็ก ๆ อยู่ตรงจุดไหนของถ้ำ ไม่มีเสียงตอบรับจากเด็กที่สูญหายแม้แต่นิดเดียว


Advertisement




ส่วนครอบครัวของเด็ก ก็อยู่ในอาการกระวนกระวาย “เมื่อผมเห็นจักรยานของลูกจอดอยู่ทางเข้าถ้ำ น้ำตาของผมก็ไหลอาบแก้ม ผมสิ้นหวังที่จะได้พบลูกชายของผม” นายภิญโญ โพธิ บิดาของ ด.ช.พิพิฒน์ กล่าว

ครอบครัวและเพื่อนของผู้สูญหาย ต่างจุดเทียนสวดมนต์ทุกวันให้การค้นหาประสบความสำเร็จ พร้อมมีเครื่องเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ บางคนเฝ้ารอด้วยความทรมาน เพราะทุกอย่างยังเงียบงัน ถึงกับเป็นลมล้มพับลงกับพื้นที่เต็มไปด้วยโคลน ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล



“ผมรู้สึกว่าผมได้สูญเสียดวงใจของผมไป เมื่อผมพบกระเป๋า, โทรศัพท์มือถือ และรองเท้าของลูก แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากรอต่อไปเท่านั้น” นายสุดสาคร บิดาของ ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม กล่าว

Advertisement



ขณะนี้ นายนพดล กันทวงษ์ บิดาของเด็กชายคนหนึ่งที่ร่วมเล่นอยู่กับเด็กกลุ่มนี้ในทีมหมูป่าอะคาเดมี แต่ตัดสินใจไม่ร่วมทริปเข้าถ้ำกับเพื่อน ๆ ด้วย กล่าวว่า เด็กกลุ่มนี้มีความสนิทสนมกันมากกับโค้ชด้วย “ลูกจะอยู่ที่สนามเพื่อรอเพื่อน ๆ หลังเลิกเรียน” เขากล่าวกับซีเอ็นเอ็น “มันเป็นวิธีการที่ดีสำหรับการรักษาสุขภาพ ดีกว่าจะไปอยู่แต่หน้าจอทีวี คอมพ์ หรือโทรศัพท์มือถือ และทำให้มีเพื่อนด้วย ผมบอกได้เลยว่า ทุกคนใกล้ชิดกันมาก”



ตัวนายนภดล และลูกชายของเขา ก็มาอยู่หน้าปากถ้ำร่วมกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ เพื่อรอฟังข่าวของเพื่อนที่ติดอยู่ในถ้ำ

ขณะเดียวกัน ฝนที่ตกลงมาต่อเนื่องก่อนหน้านี้ ก็ทำให้เฮลิคอปเตอร์ ไม่สามารถบินขึ้นสำรวจหาปากปล่อง หรือโพรงถ้ำที่ปกคลุมด้วยป่า ซึ่งอาจใช้เป็นเส้นทางในการลงสู่ถ้ำได้ และยังมีการใช้โดรนสำรวจภูเขาความยาว 10 กิโลเมตรด้วย เพื่อหาทางเข้าใหม่เช่นกัน เนื่องจากช่องแคบที่เป็นเส้นทางเข้า-ออกภายในถ้ำนั้นแคบ ไม่สามารถใช้ยานยนต์สำรวจใต้น้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ



แม้ว่าเจ้าหน้าที่ได้สูบน้ำและโคลนออกจากถ้ำ ฝนที่ตกลงมาต่อเนื่อง ก็สร้างความยากลำบากต่อความพยายามในการช่วยเหลือ นายเวอร์นอน อันสเวิร์ธ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องถ้ำชาวอังกฤษ และอาศัยอยู่ในเชียงรายมานานแล้ว ซึ่งเคยสำรวจถ้ำหลวงมาก่อนด้วย กล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า ระดับน้ำเป็นอันตรายใหญ่หลวงที่สุด

Advertisement




“หากพูดถึงเรื่องกายภาพแล้ว ถ้ำหลวงไม่ใช่เป็นถ้ำที่อันตราย เพียงแต่มันยาวมาก และทางผ่านบางช่วงก็ใหญ่ บางช่วงก็เล็ก มันไม่ได้ยากลำบาก แต่หากเด็ก ๆ เข้าไปลึกและไกลเกินไป หากมีน้ำท่วมจากฝนตก ก็จะไม่ใช่เรื่องง่าย” อันสเวิร์ธ กล่าว



เมื่อวันศุกร์ที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และผู้ปกครองของเด็ก ซึ่งขณะนี้ มีทหารประมาณ 840 นาย, สมาชิกของกองกำลังปฏิบัติการพิเศษ 90 นาย, เฮลิคอปเตอร์ 4 ลำ, พร้อมอุปกรณ์กู้ภัยจำนวนมาก เพื่อทุ่มเทในความพยายามช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม แม้เวลาจะล่วงเลยมา 9 วันแล้ว แต่ทุกคนก็ยังมีความหวังว่า เด็กนักฟุตบอลและโค้ชของหมูป่าอะคาเดมี ทั้ง 13 คนจะรอดชีวิต เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่มีคนเข้าไปติดอยู่ภายในถ้ำแห่งนี้นานหลายวัน และรอดชีวิตออกมาได้ ซึ่งจากรายงานของสื่อท้องถิ่น ที่ไม่มีการยืนยัน อดีตผู้นำหมู่บ้านในพื้นที่ถ้ำหลวง กล่าวว่า ในปี 2517 มีกลุ่มนักไต่เขาชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่ง ติดอยู่ในถ้ำแห่งนี้นาน 7 วัน อย่างไรก็ตาม ตอนนั้น สภาพถ้ำแห้งไม่มีน้ำท่วมขัง



ด.ช.พิพัฒน์ โพธิ มีวันเกิดตรงกับวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งนายภิญโญ ผู้เป็นพ่อ กล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า ทางครอบครัวมีแผนจัดฉลองวันเกิดแบบเซอร์ไพร์สให้พิพัฒน์ไว้แล้ว โดยเค้กวันเกิดยังไม่ได้แตะเลย

Advertisement




“พวกเราต้องการปาฏิหาริย์ ผมต้องการให้ลูกกลับมา” นายภิญโญ กล่าวทิ้งท้าย



#ขอให้ทุกคนกลับสู่อ้อมกอดพ่อแม่อย่างปลอดภัย#

1/07/61

สันติ สร้างนอก


แท็กที่เกี่ยวข้อง