One Belt One Road ความรุ่งโรจน์แห่งศตวรรษที่ 21

2017-05-17 09:00:05

One Belt One Road ความรุ่งโรจน์แห่งศตวรรษที่ 21

จีนเปิดจัดประชุม One Belt One Road หรือ "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" อย่างอลังการ เตรียมพร้อมทุ่มเม็ดเงินมหาศาลดึงโลกร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ 


ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวต่อที่ประชุมในโครงการ One Belt  One Road  หรือ หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง  ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่กรุงปักกิ่งของจีน เมื่อวันที  14-15 พฤษภาคมที่ผ่านมา  จีนกำลังก้าวเข้าสู่ความพยายามสร้างหุ้นส่วนธุรกิจกับต่างประเทศในลักษณะที่จะเสริมสร้างผลประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย โดยโครงการนี้มีเป้าหมายจะนำความเจริญมาสู่ภูมิภาคนี้และของทั้งโลก ในการประชุมที่ผ่านมามีผู้แทนรัฐบาลของประเทศต่างๆและนักธุรกิจำนวนมากได้ประชุม เพื่อหารือ โครงการนี้ริเริ่มโดยประธานาธิบดี สี  จิ้นผิง แห่งจีน ตั้งแต่เมื่อปี 2013 ที่จะเชื่อมทวีปเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เข้าด้วยกันผ่านโครงข่ายโลจิสติกส์และการขนส่งใน 65 ประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันเท่ากับ 1 ใน 3 ของ GDP ของโลก และมีพลเมืองรวมกัน 4,500 ล้านคนหรือเท่ากับ 60% ของประชากรโลก  โดย สี จิ้นผิง กล่าวต่อที่ประชุมว่า มูลค่าการค้ารวมระหว่างจีนกับประเทศภายใต้โครงการ One Belt, One Road อยู่ที่ 3 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2014-2016 ในขณะที่มูลค่าการลงทุนของจีนในประเทศเหล่านี้มีรวมมากกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ โดยจีนได้สร้างเขตความร่วมมือเศรษฐกิจ 56 แห่งใน 20 ประเทศภายใต้โครงการนี้ ซึ่งได้สร้างรายได้ภาษี 1,100 ล้านดอลลาร์ และสร้างงาน 180,000 ตำแหน่งในประเทศเหล่านี้ "One Belt and One Road" เป็นความริเริ่มของรัฐบาลจีนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรื้อฟื้นเส้นทางสายไหมในอดีต ซึ่งเชื่อมโยงทวีปเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา เส้นทางสายไหมประกอบด้วย 2 เส้นทาง คือ เส้นทางทะเล และเส้นทางบก  รัฐบาลปักกิ่งได้ขับเคลื่อนความริเริ่มนี้ผ่าน 3 แผนงาน คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงระหว่างประเทศ การจัดสรรแหล่งเงินทุนเพื่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
 




Advertisement



 


แท็กที่เกี่ยวข้อง