ย้อนรอย พิธีเสกสมรส/อภิเษกสมรสของราชวงศ์อังกฤษรอบ 100 ปี

2018-05-08 13:15:29

ย้อนรอย พิธีเสกสมรส/อภิเษกสมรสของราชวงศ์อังกฤษรอบ 100 ปี

ใกล้ถึงวันที่ เจ้าชายแฮร์รี พระนัดดาของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ จะทรงเสกสมรสกับ น.ส.เมแกน มาร์เคิล พระคู่หมั้นชาวอเมริกัน ณ โบสถ์เซนต์จอร์จ ภายในพระราชวังวินด์เซอร์ กรุงลอนดอน ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้แล้ว คาดกันว่าพิธีเสกสมรสครั้งนี้ จะดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมากจากทั่วโลก ก่อนหน้านี้ ผู้คนทั่วโลกประมาณ 2,000 ล้านคน เฝ้าชมพิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา กับน.ส.เคท มิดเดิลตัน ในปี 2554 ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า ราชวงศ์อังกฤษยังอยู่ในกระแสความสนใจและเป็นที่จับตาของผู้คนทั่วโลก



ไปดูรายละเอียดพิธีเสกสมรส/อภิเษกสมรส ครั้งสำคัญ ๆ ตั้งแต่พิธีเสกสมรสของพระบิดาของควีนเอลิซาเบธ ในปี พ.ศ.2466 เริ่มต้นที่


...........................................



Advertisement



กษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 8 พระโอรสองค์โตของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 และเป็นพระเชษฐาของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 สร้างความตื่นตะลึงทั่วประเทศ เมื่อทรงประกาศในวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2479 ว่า พระองค์ขอสละราชสมบัติ เพื่อเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับวอลลิส ซิมป์สัน สตรีหม้ายสาวสังคม ชาวอเมริกัน ซึ่งเคยหย่าร้างมา 2 ครั้ง หลังจากการสละราชสมบัติ พระองค์ทรงเปลี่ยนกลับไปใช้พระอิสริยยศของพระราชโอรสในพระมหากษัตริย์คือ เจ้าชายเอดเวิร์ด และทรงได้รับการเฉลิมพระอิสริยยศเป็น ดยุกแห่งวินด์เซอร์ อภิเษกสมรสกับซิมป์สัน เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ Chateau de Cande ในบริเวณลุ่มแม่น้ำลัวร์ ประเทศฝรั่งเศส

สมเด็จพระเจ้าเอดเวิร์ดที่ 8 เป็นพระประมุของค์เดียวของสหราชอาณาจักรที่ทรงสละราชบัลลังก์อย่างสมัครใจ นอกจากนี้ ยังเป็นพระประมุขที่ทรงครองราชสมบัติสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ และมิได้ทรงกระทำพิธีบรมราชาภิเษกเลย

Advertisement



ซิมป์สัน เสียชีวิตในกรุงปารีส ในวัย 89 ปี พ.ศ.2529 หรือ 14 ปีหลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด 


............



จอร์จ พระบิดาของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ดำรงพระอิสริยยศ ดยุคแห่งยอร์ก และไม่ได้รับการคาดหมายว่าจะได้ครองราชย์ เมื่อพระองค์เสกสมรสกับเอลิซาเบธ โบว์ส-ลีออน บุตรสาวคนที่ 4 ของลอร์ด กลามิส (ต่อมา ดำรงพระอิสริยยศเอิร์ลแห่งสตราธมอร์และคิงฮอร์น) เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2466 ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ แอบบีย์ กรุงลอนดอน

ประชาชนส่งเสียงเชียร์ สรรเสริญทั้ง 2 พระองค์ เมื่อเสด็จกลับพระราชวังบักกิงแฮม หลังเข้าพิธีเสกสมรสที่เวสต์มินสเตอร์ แอบบีย์

Advertisement



พระเจ้าจอร์จ ที่ 6 ซึ่งครอบครัวของพระองค์เรียกว่า อัลเบิร์ต ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์อังกฤษ ในปี พ.ศ. 2479 เมื่อเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดที่ 8 พระเชษฐา ทรงประกาศสละราชสมบัติ เนื่องจากเลือกอภิเษกสมรสกับวอลลิส ซิมป์สัน

.................



ควีนเอลิซาเบธ พระธิดาองค์โต ในพระเจ้าจอร์จที่ 6 และเจ้าชายฟิลิป ทายาทองค์ที่ 5 และเป็นพระโอรสเพียงองค์เดียวของเจ้าชายแอนดรูว์แห่งกรีซและเดนมาร์ก ทรงเข้าพิธีหมั้นกันเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2490 จากนั้นอีก 4 เดือน ก็เข้าพิธีอภิเษกสมรสเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ แอบบีย์ ต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติ 2,000 คน โดยมีเจ้าหญิงมาร์กาเรต พระขนิษฐาของพระองค์ ทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาว พิธีอภิเษกสมรสครั้งนี้ มีการถ่ายทอดสดทาง บีบีซี เรดิโอ มีคนติดตามฟังทั่วโลก 200 ล้านคน นอกจากนี้ ยังมีรัฐบุรุษ และสมาชิกของราชวงศ์จากทั่วโลก เข้าร่วมพิธี ขณะเดียวกัน ก็มีฝูงชนจำนวนมากมารวมตัวกันในกรุงลอนดอน เพื่อฉลองพิธีอภิเษกสมรสของว่าที่กษัตริย์ในอนาคต

.....................

Advertisement





จากนั้นในปี พ.ศ. 2498 เจ้าหญิงมาร์กาเรต ก็ทรงตัดสินพระทัยประกาศล้มเลิกการเสกสมรส กับกัปตัน ปีเตอร์ ทาวน์เซนด์ ผู้บัญชาการทหารอากาศและราชองครักษ์ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 พระราชบิดา โดยปีเตอร์ อายุมากกว่าเจ้าหญิงมาร์กาเรตถึง 16 ปี และเคยสมรสพร้อมกับหย่ามาแล้ว จึงเป็นผู้ที่ไม่สมควรจะเสกสมรสกับเจ้าหญิงแห่งสหราชอาณาจักร ในความเห็นของรัฐบาลและนิกายโบสถ์แห่งอังกฤษ

เจ้าหญิงมาร์กาเรต ทรงมีพระดำรัสต่อหน้าสาธารณชนจำนวนมากว่า "ข้าพเจ้าขอประกาศให้ท่านทั้งหลายทราบโดยทั่วกันว่า ข้าพเจ้าได้ตัดสินใจที่จะไม่เสกสมรสกับกัปตัน ปีเตอร์ ทาวน์เซนด์ เพราะเพื่อความถูกต้องแห่งกฎของพระศาสนา และด้วยภาระหน้าที่ที่ข้าพเจ้ามีต่อสหราชอาณาจักรที่ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด"

การล้มเลิกพิธีเสกสมรสของเจ้าหญิงมาร์กาเรตครั้งนี้ ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงวิกฤตรัฐธรรมนูญไปได้ แต่ในอีก 5 ปีต่อมา ภายหลังความรักไม่สมหวังกับปีเตอร์ ทาวน์เซนด์ เจ้าหญิงมาร์กาเรตทรงเสกสมรสกับช่างภาพนามว่า แอนโทนี ชาลส์ โรเบิร์ต อาร์มสตรอง-โจนส์ ณ มหาวิหารเวสมินสเตอร์ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2503 โดยแอนโทนีได้รับการสถาปนาเป็นเอิร์ลแห่งสโนว์ดอน (Earl of Snowdon) ดังนั้น มาร์กาเรตจึงทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น เคาน์เตสแห่งสโนว์ดอน ทั้ง 2 พระองค์มีทายาทด้วยกัน 2 พระองค์ เป็นพระโอรสและพระธิดา แต่ด้วยทั้ง 2 ไม่สามารถปรับตัวเขาหากันได้ เนื่องจากไลฟ์สไตล์ต่างกัน แม้พยายามมาหลายปี ท้ายที่สุด ก็ต้องหย่าร้างกันในปี พ.ศ.2521

Advertisement



เจ้าหญิงมาร์กาเรต เป็นสมาชิกในราชวงศ์อังกฤษพระองค์แรกที่ทรงหย่าร้าง ตั้งแต่เกิดเหตุเดียวกันนี้กับพระเจ้าเฮนรีที่ 8 เมื่อ 400 ปีก่อน

.....



เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารี ทายาทองค์ที่ 2 และเป็นพระธิดาพระองค์เดียวของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเสกสมรสกับกัปตันมาร์ก ฟิลิปส์ นักกีฬาขี่ม้าดีกรีเหรียญทองโอลิมปิก ณ มหาวิหารเวสมินสเตอร์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2516

ทั้ง 2 มีทายาท 2 พระองค์ คือปีเตอร์ พระนัดดาองค์แรกของควีน ประสูติในปี 2520 และซารา ประสูติในปี 2524 ในวันพระราชพิธี สมเด็จพระราชินีนาถรับสั่งกับมาร์กว่าพระราชทานตำแหน่งให้เป็นเอิร์ล แต่มาร์กปฏิเสธ เชื่อว่าน่าเป็นพระราชประสงค์ของเจ้าหญิงแอนน์ ที่จะปกป้องพระโอรสและพระธิดา ที่จะเกิดในไม่ช้าจากการตกเป็นเหยื่อของสื่อ ซึ่งถ้าหากพระโอรสพระธิดามียศนำหน้า ย่อมตกเป็นที่สนใจ ดังนั้นพระโอรสและธิดาของเจ้าหยิงแอนน์ จึงเป็นพระราชนัดดาของกษัตริย์อังกฤษคู่แรก ที่ไม่มียศใด ๆ นำหน้าชื่อเลย นอกจาก นาย และนางสาว (นาง) เท่านั้น

แต่ชีวิตคู่ของเจ้าหญิงแอนน์กับมาร์ก ก็ไปไม่รอด โดยเดือนสิงหาคม 2532 แอนน์และมาร์ก ประกาศว่าทั้งสองได้แยกกันอยู่มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว และได้หย่าขาดจากกันในเดือนเมษายน 2535 จากนั้น ในวันที่ 12 เดือนธันวาคมปีเดียวกันนั้นเอง เจ้าหญิงแอนน์ทรงเสกสมรสอีกครั้ง กับทีโมที ลอเรนซ์ นายทหารเรือ ด้วยพิธีการส่วนพระองค์เงียบ ๆ ที่โบสถ์เครธี ใกล้พระตำหนักบัลมอรัล ในสกอตแลนด์ ทั้ง 2 ไม่มีทายาทร่วมกัน

เจ้าฟ้าหญิงแอนน์ ทรงเป็นพระราชวงศ์อังกฤษพระองค์แรกที่ทรงหย่าและสมรสใหม่เป็นครั้งที่ 2 ในรอบเกือบร้อยปี

........



เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฏราชกุมาร พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และ เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ ดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ พระชนมายุ 32 พรรษา ทรงเสกสมรสกับเลดี ไดอานา สเปนเซอร์ อายุ 20 ปี บุตรสาวคนสุดท้ายและบุตรคนที่ 3 จากทั้งหมด 5 คนของ จอห์น สเปนเซอร์ ไวเคานท์อัลธอร์พ ซึ่งในเวลาต่อมาได้ฐานันดรศักดิ์เป็น เอิร์ล สเปนเซอร์ และยังเคยเป็นราชองครักษ์ของทั้งเจ้าชายจอร์จ ที่ 6 และสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี หรือควีนมัมด้วย

ทั้งนี้ ตระกูลสเปนเซอร์ของเจ้าหญิงไดอานา มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับราชวงศ์อังกฤษมานานหลายชั่วอายุ ทั้งย่าและยายของไดอานาต่างเคยปฏิบัติหน้าที่นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี



เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ทรงเสกสมรสกับเลดี้ ไดอานา สเปนเซอร์ ณ มหาวิหารเซนต์พอล กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นพิธีที่จัดขึ้นดุจในเทพนิยาย มีผู้ชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ทั่วโลกประมาณ 700 ล้านคน ขณะเดียวกัน ก็มีผู้คนจำนวนมากมารอชมพิธีตามท้องถนนขณะรถม้าพระที่นั่งของ 2 พระองค์เคลื่อนผ่าน

เจ้าหญิงไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ทรงให้กำเนิดเจ้าชายวิลเลียม พระโอรสองค์แรกในเดือนมิถุนายน 2525 และเจ้าชายแฮร์รี พระโอรสองค์ที่ 2 ในเดือนกันยายน 2527 แต่ที่สุดแล้ว ชีวิตคู่ของเจ้าหญิงไดอานา ผู้เลอโฉม กับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ก็ถึงทางตัน ปิดฉากลงท่ามกลางข่าวอื้อฉาวและข้อกล่าวหาเรื่องการรักซ้อนซ่อนรัก นอกใจของแต่ละฝ่าย และเจ้าหญิงไดอานาสิ้นประชนม์จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2540

......



เจ้าชายแอนดรูว์ พระโอรสองค์ที่ 2 ของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งทรงเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ของราชนาวีอังกฤษและเคยปฏิบัติภารกิจระหว่างเกิดสงครามฟอล์คแลนด์กับอาร์เจนตินา ทรงประกาศหมั้นกับซาราห์ เฟอร์กูสัน ผู้บริหารสื่อสิ่งพิมพ์ ในเดือนมีนาคม 2529 และทรงเสกสมรสกันในอีก 4 เดือนต่อมา เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2529 ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ แอบบีย์ ซึ่งเจ้าชายแอนดรูว์และซาราห์ เฟอร์กูสัน ได้อิสริยยศ ดยุกและดัชเชสแห่งยอร์ก แต่ท้ายที่สุด ชีวิตคู่ก็ไม่ไม่รอด ต้องแยกกันอยู่ในปี 2535 หลังจากมีการเผยแพร่ภาพที่ไม่เหมาะสมของดัชเชสแห่งยอร์กอยู่ในอ้อมกอดชายอื่น และหย่าร้างในปี 2539

เจ้าหน้าที่แอนดรูว์และซาราห์ มีพระธิดา 2 พระองค์ คือ เจ้าหญิงเบียทริซ และเจ้าหญิงยูจีนี

...........



เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด พระโอรสองค์เล็กของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเข้าพิธีเสกสมรสอย่างเรียบง่าย ไม่จัดพิธีแบรัฐพิธี หรือมีกองทัพเข้ามาเกี่ยวกับ กับ โซฟี ไรส์-โจนส์ อดีตผู้จัดการฝ่ายสื่อสารมวลชน ณ โบสถ์เซนต์จอร์จ พระราชวังวินด์เซอร์ ในเดือนมิถุนายน 2542 ซึ่งต่างจากพระราชพิธีสมรสของพระราชโอรสพระราชธิดาพระองค์อื่น ๆ ที่จัดที่เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ หรือโบสถ์เซนต์จอห์น แสดงให้เห็นว่าคู่บ่าวสาวทรงพระประสงค์ที่จะต่างไปจากพี่ และทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น เอิร์ลและเคาน์เตสแห่งเวสเซ็กส์

ทั้งคู่ทรงมีโอรส-ธิดา 2 คน พระองค์แรก คือ เลดีลูอีส เอลิซ เอลิวาเบธ แมรี วินด์เซอร์ ประสูติในปี 2546 และพระโอรส เจมส์ ไวเคานต์เซเวิร์น เซเวิร์น ประสูตในปี 2550 โดยเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เป็นทายาทของควีนเอลิซาเบธที่ 2 เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ที่ไม่ได้มีปัญหาหย่าร้าง

........



เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ว่า พระองค์จะอภิเษกสมรสใหม่กับคามิลลา ปาร์เกอร์ โบว์ลส์ คนรักเก่าที่รักกันมายาวนาน ซึ่งชาวอังกฤษจำนวนมาก ต่างไม่เห็นด้วยและตำหนิติเตียนว่าเป็นการทำลายชีวิตคู่กับเจ้าหญิงไดอานาผู้ล่วงลับ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงอภิเษกสมรสอย่างเรียบง่ายกับคามิลลา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2548 ที่ศาลากลางเมืองวินด์เซอร์ โดยมีแขกประมาณ 800 คน ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาที่โบสถ์เซนต์จอร์จ พระตำหนักวินด์เซอร์

เนื่องจากเจ้าฟ้าชายชาร์ลส และ คามิลลา เคยผ่านการหย่าร้างมาก่อน จึงเกิดข้อถกเถียงว่า ทั้งคู่จะจัดพิธีสมรสในโบสถ์ได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้าฟ้าชายชาร์ลสทรงเป็นองค์รัชทายาท ซึ่งจะดำรงตำแหน่งผู้นำคริสตจักรอังกฤษต่อไปในอนาคต

หลังจากอภิเษกสมรสแล้ว คามิลลาดำรงพระอิสริยยศเป็น เจ้าหญิงดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ และหลังจากเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เสด็จขึ้นครองราชย์ จะดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าหญิงพระชายา

........



เคท มิดเดิลตัน พบกับเจ้าชายวิลเลียม ขณะศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเซนต์ แอนดรูว์ส สกอตแลนด์ ในปี 2544 ทั้งคู่เข้าพิธีเสกสมรสกันเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2554 เคทกลายเป็นสามัญชนคนแรกในรอบมากกว่า 350 ปีที่เข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าชาย ที่อยู่ในลำดับสืบต่อสันตติวงศ์แห่งราชวงศ์อังกฤษ พิธีเสกสมรสที่ยิ่งใหญ่เอิกเกริก ถูกจัดขึ้น ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ แอบบีย์ ต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติ 1,900 คน ซึ่งประกอบด้วยราชวงศ์จากหลายประเทศ, ผู้นำประเทศและเหล่าคนดังในสังคม