“ศรีสุวรรณ” แนะ “บิ๊กตู่” แก้ปัญหาบ้านพักศาลต้องประชามติ

2018-05-01 10:30:32

 “ศรีสุวรรณ” แนะ “บิ๊กตู่” แก้ปัญหาบ้านพักศาลต้องประชามติ

“ศรีสุวรรณ” เสนนายกรัฐมนตรีใช้งประชามติแก้ปัญหาบ้านพักศาลเชียงใหม่

ในขณะที่ปัญหาบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพซึ่งกำลังคุกรุ่น นายศรีสุวรรณ จรรยา ก็ได้ร่อนแถลงการณ์เสนอวิธีการแก้ปัญหาต่อนายกรัฐมนตรีออกมา

เมื่อวันที่ 1  พ.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา ได้ออกแถลงการณ์ในนามของนายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เสนอวิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องบ้านพักและที่ทำการศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ที่เชิงดอยสุเทพ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยได้เสนอแนะต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าต้องจัดการให้มีการลงประชามติในการกำหนดอนาคตบ้านพักศาลเชิงดอยสุเทพ

Advertisement






“แถลงการณ์

Advertisement




สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน

เรื่อง ขอให้คนเชียงใหม่จัดลงประชามติกำหนดอนาคตบ้านพักศาลเชิงดอยสุเทพ

.........................................

Advertisement



ตามที่นายกรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลในลักษณะหมดหนทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับบ้านพักและที่ทำการศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ที่เชิงดอยสุเทพ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่วานนี้ว่า “กรณีปัญหาบ้านพักตุลาการที่จังหวัดเชียงใหม่ แม้ยอมรับว่ากฎหมายไม่ผิด แต่ความรู้สึกของคนในพื้นที่ เป็นเรื่องของป่าในมุมมองของประชาชน แล้วรัฐบาลจะทำอย่างไร ขอความกรุณาช่วยกันคิดด้วย” นั้น

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ขอช่วยฯพณฯนายกรัฐมนตรีร่วมคิดว่า เรื่องดังกล่าวแม้แต่เด็กประถม-มัธยมก็คิดหาทางออกได้ เนื่องจากเมื่อปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการใช้อำนาจรัฐโดยอ้างข้อกฎหมาย เรื่องดังกล่าวก็ควรจบด้วยมาตรการทางกฎหมายที่มีรองรับอยู่แล้ว และจะไม่มีใครต้องเสียหน้าด้วย นั่นคือ การเปิดโอกาสให้คนเชียงใหม่ทั้งจังหวัดใช้กฎหมาย “ประชามติ” เพื่อ “ทุบทิ้ง” หรือ “คงสภาพ” โดยนายกรัฐมนตรีนำเรื่องดังกล่าวขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการตามมาตรา 166 ประกอบมาตรา 244(1)(2)(3) ของรัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติไว้ความว่า “ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร คณะรัฐมนตรีจะขอให้มีการออกเสียงประชามติ ในเรื่องใดอันมิใช่เรื่องที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือเรื่องที่เกี่ยวกับตัวบุคคลหรือคณะบุคคลใดก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ” โดยเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการดำเนินการออกประกาศและจัดการออกเสียงประชามติดังกล่าวได้ภายในระยะเวลาที่รวดเร็วภายในระยะเวลา 90-120 วัน โดยใช้กฎหมายเทียบเคียงกับ“พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552”

ผลของประชามติที่ออกมาจะเป็นการสะท้อนความเห็นหรือความต้องการของคนเชียงใหม่ที่แท้จริง ซึ่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีสามารถใช้เป็นข้ออ้างในการใช้อำนาจในการ “ทุบทิ้ง” หรือ “คงสภาพ” ของบ้านพักและที่ทำการศาลอุทธรณ์ ภาค 5 เชียงใหม่ในพื้นที่เชิงดอยสุเทพได้ต่อไปหรือไม่ และถือว่ามติดังกล่าวจะเป็นข้อยุติทั้งทางกฎหมาย และทางปกครองในกรณีขัดแย้งดังกล่าวได้เป็นที่ยุติได้ดีที่สุดในขณะนี้

ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จึงใคร่เรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อนำไปสู่ข้อยุติปัญหาความขัดแย้งบ้านพักศาลอุทธรณ์เชียงใหม่ ด้วยการใช้หลักกฎหมายประชามติมาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว อย่ามัวแต่ซื้อเวลา เกรงใจกันไปกันมา เพราะการไม่กล้าตัดสินใจย่อมนำมาซึ่งความเสื่อม การลดความน่าเชื่อถือ และความไม่ไว้วางใจของประชาชนคนทั้งประเทศ ที่เฝ้ามองการตัดสินใจการแก้ปัญหานี้อยู่ด้วย และที่สำคัญอย่าเชื่อแต่ “เนติบริกร” ที่อยู่รอบเอวที่ชอบเสนอใช้กฎหมายมา “เชลียร์” มากกว่าการใช้กฎหมายเพื่อแก้ปัญหาเลย

Advertisement




แถลงมา ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2561

นายศรีสุวรรณ จรรยา

นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน”


Advertisement




บทสรุปของปัญหานี้จะลงเอยอย่างไร นายกรัฐมนตรีจะรับเอาข้อเสนอนี้ไปสานต่อหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป