เตือนโรคไข้เลือดออกพุ่ง ดับแล้ว 12 ราย

2018-04-14 14:15:02

เตือนโรคไข้เลือดออกพุ่ง ดับแล้ว 12 ราย

กรมควบคุมโรคเผยปีนี้พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้ว 6,565 ราย เสียชีวิต 12 ราย คาดพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่ใช่ฤดูฝน เหตุช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อากาศร้อนสลับฝน อาจเกิดน้ำขังตามภาชนะต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของประเทศไทย วันที่ 1 ม.ค. – 12 เม.ย. 2561 พบผู้ป่วย 6,565 ราย ซึ่ง 1 ใน 3 เป็นผู้ป่วยในกลุ่มวัยเรียน อายุ 10-24 ปี (ร้อยละ 34) ส่วนผู้เสียชีวิตปีนี้มีจำนวน 12 ราย เป็นเพศชาย 7 ราย เพศหญิง 5 ราย อาการของผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ จะมีอาการไข้สูงลอย 2–7 วัน บางรายมีจุดเลือดออกขึ้นตามลำตัว แขน ขา อาจมีเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน เข้ารับการรักษาหลังจากเริ่มป่วย 1–4 วัน และเสียชีวิตหลังจากเริ่มป่วย 3–12 วัน คาดว่าจะพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่ใช่ในช่วงฤดูฝนก็ตาม เนื่องจากช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อากาศร้อนสลับฝน จึงอาจเกิดน้ำขังตามภาชนะต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายได้

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า การป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ดีที่สุด คือ การป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายทั้งในและนอกบริเวณที่พักอาศัยด้วยตัวเอง และขอให้ประชาชนใช้มาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ 1.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะใส่น้ำต้องปิดฝาให้มิดชิดป้องกันยุงลายวางไข่ เพื่อป้องกัน 3 โรค คือ 1. โรคไข้เลือดออก 2. โรคติดเชื้อไวรัสซิกา 3. ไข้ปวดข้อยุงลาย ส่วนในกรณีผู้ป่วยไข้เลือดออกช็อก ผู้ป่วยมักมีอาการหลังจากไข้ลง โดยผู้ป่วยจะเริ่มซึม ตัวเย็น ชีพจรเบาเร็ว หมดสติ และอาจเสียชีวิตได้ เมื่อญาติหรือผู้ใกล้ชิดพบผู้ป่วยมีอาการดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์ทันที หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

Advertisement



แท็กที่เกี่ยวข้อง