มาครงชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสตามคาด

2017-05-08 08:15:38

มาครงชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสตามคาด

นายเอ็มมานูเอล มาครง สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของฝรั่งเศส ด้วยการคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดี เป็นผู้นำที่มีอายุน้อยที่สุด หลังผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า เขาได้คะแนนกว่าร้อยละ 65 เหนือนางมารีน เลอ เพน คู่แข่งที่ได้เพียงร้อยละ 34 เท่านั้น 


นายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครอิสระ สายกลาง ที่มีนโยบายอยู่กับสหภาพยุโรปและเป็นมิตรกับธุรกิจ คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสไปอย่างขาดลอยตามความคาดหมายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยคะแนนที่ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ นายมาครงได้ไปประมาณร้อยละ 65.5 หรือประมาณ 19 ล้านคะแนน เหนือนางมารีน เลอ เพน ผู้สมัครชาตินิยมขวาจัด ที่ขู่นำฝรั่งเศสออกจากอียู ได้คะแนนเพียงร้อยละ 34.5 หรือประมาณ 11 ล้านคะแนน ทำให้นายมาครง วัย 39 ปี กลายเป็นประธานาธิบดีอายุน้อยที่สุดของฝรั่งเศส และเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ไม่ได้มาจากพรรคการเมืองกระแสหลัก 2 พรรค ตั้งแต่การก่อตั้งประเทศในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2501 
ชัยชนะของนายมาครง ยังทำให้พันธมิตรในยุโรปโล่งอกอย่างมาก หลังจากที่หวั่นเกรงจะเกิดกระแสชาตินิยมตามหลังอังกฤษ ที่ลงประชามติแยกตัวออกจากอียูไปก่อนหน้านี้ และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ 
นายมาครง ซึ่งจะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในสุดสัปดาห์หน้า กล่าวต่อผู้สนับสนุนหลายพันคนที่มารวมตัวกันเพื่อฉลองนอกพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ใจกลางกรุงปารีสว่า ชัยชนะครั้งนี้ เป็นการพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของฝรั่งเศส เขาต้องการเป็นความหวัง และฟื้นความไว้เนื้อเชื่อใจกลับขึ้นมาใหม่ เขาเคยได้ยิน ความโกรธแค้น ความวิตกกังวล และความเคลือบแคลงสงสัยที่ประชาชนจำนวนมากแสดงออก และให้คำมั่นว่าจะใช้ช่วงเวลาที่อยู่ในตำแหน่ง 5 ปี ต่อสู้และเยียวยาความแตกแยกที่กำลังทำลายฝรั่งเศส 
มาครง ซึ่งเคยรับตำแหน่งรัฐมนตรีเศรษฐกิจ 2 ปีในรัฐบาลของประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ และไม่เคยผ่านการเลือกตั้งมาก่อน กล่าวด้วยว่า เขาจะรับประกันความเป็นเอกภาพของชาติ ต่อสู้และปกป้องยุโรป 

Advertisement



ส่วนนางเลอ เพน เองก็ได้แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ และได้แสดงความยินดีกับมาครง แล้ว เธอกล่าวด้วยว่า ตนเองยังมีบทบาทหน้าที่ในการเป็นฝ่ายค้านใหญ่ที่สุด และจะรวบรวม “ผู้รักชาติ” จัดตั้งกลุ่มพลังกลุ่มใหม่ขึ้นมา ซึ่งจะไม่ใช้ชื่อว่า “เนชั่นแนล ฟรอนต์” หรือแนวร่วมแห่งชาติ ตามชื่อพรรคขวาจัดของเธอ 
เธอกล่าวกับผู้สนับสนุนว่า เธอได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีต่อนายมาครงหลังเอ็กซิตโพล คาดการณ์ว่า เขาจะชนะอย่างท่วมท้น พร้อมกันนั้น เธอยังปรารถนาให้เขาประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศ สามารถฟันฝ่าความท้าทายต่าง ๆ ไปได้ 
ด้านนายออลลองด์ รักษาการประธานาธิบดี ซึ่งเป็นผู้นำนายมาครงเข้าสู่การเมือง กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งเป็นที่ยืนยันแน่นอนแล้วว่า เสียงส่วนใหญ่ของพลเมืองฝรั่งเศสต้องการความเป็นเอกภาพและต้องการเชื่อมโยงอยู่กับอียูต่อไป 
นายฌอง-โคลด ยุงเกอร์ ประธานกรรมาธิการยุโรป กล่าวกับมาครงว่า เขาได้แสดงความยินดีต่อความคิดของนายมาครงในการปกป้องยุโรปให้มีความเข้มแข็งและก้าวหน้า ซึ่งจะเป็นการปกป้องพลเมืองยุโรปทั้งหมด ขณะเดียวกัน นายมาครงได้พูดคุยโทรศัพท์กับนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ซึ่งเขาหวังว่าจะร่วมมือฝรั่งเศส-เยอรมนี อย่างแข็งขันเพื่อเป็นแกนหลักและเป็นหัวใจของอียูอีกครั้ง และบอกว่า เขามีแผนที่จะเยือนกรุงเบอร์ลินในเร็ว ๆ นี้ 

Advertisement



นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ก็แสดงความยินดีอย่างอบอุ่นต่อนายมาครงในความสำเร็จของเขา และตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกับเขา ขณะที่นายกรัฐมนตรีเปาโล เจนติโลนี ของอิตาลี กล่าวว่า นายมาครงเป็นความหวังของยุโรป ด้านนายโดนัลด์ ทัสค์ ประธานมนตรียุโรป กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีต่อชาวฝรั่งเศสที่เลือกเสรีภาพ ความเท่าเทียมและภราดรภาพ เหนือระบบของการสร้างข่าวอันเป็นเท็จ 
ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ก็ทวิตแสดงความยินดีต่อชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของนายมาครง โดยบอกว่า เขารอที่จะทำงานร่วมกับนายมาครงอยู่




แท็กที่เกี่ยวข้อง