ดีเอสไอ อายัดทรัพย์ขบวนการหลอกลงทุนธุรกิจ จัดหาห้องพักนักท่องเที่ยว

2017-05-05 14:05:00

ดีเอสไอ อายัดทรัพย์ขบวนการหลอกลงทุนธุรกิจ จัดหาห้องพักนักท่องเที่ยว

ดีเอสไอ ยึดอายัดทรัพย์สินจากขบวนการหลอกลงทุนธุรกิจจัดหาห้องพักให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ มูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท




พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พร้อมด้วย พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีดีเอสไอ และพันตำรวจโท พเยาว์ ทองเสน ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 แถลงผลการตรวจยึดอายัดทรัพย์สินจากขบวนการหลอกลงทุนธุรกิจจัดหาห้องพักให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ มูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท
สืบเนื่องจาก ดีเอสไอได้รับการร้องทุกข์จากผู้เสียหายว่า มีการโฆษณาหรือประกาศชักชวนให้มาร่วมลงทุนในธุรกิจจัดหาห้องพักให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยแบบกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งจองในนามบริษัท ไนซ์ เดย์ ทราเวล จำกัด ที่มีนายปริญญา บุรัสการ และนางสาวจิรฐา ทองเหลือ เป็นกรรมการ และอ้างว่าการร่วมลงทุนจะได้รับผลตอบแทนในอัตราสูงซึ่งเมื่อคำนวณแล้วสูงว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสถาบันการเงินในประเทศ  จึงมีผู้เสียหายหลงเชื่อร่วมลงทุนจำนวนมาก แต่เมื่อลงทุนแล้วกลับไม่ได้รับค่าตอบแทนตามสัญญา เบื้องต้นมีผู้มาร้องทุกข์จำนวน 142 คน มูลค่าความเสียหาย กว่า 180 ล้านบาท

Advertisement



จากการสืบสวน พบว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือแชร์ลูกโซ่ จึงได้รวบรวมหลักฐานและเข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย 2 แห่ง เพื่อยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้มาหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด  ได้แก่ บ้านพักย่านบางมด ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท ไนซ์ เดย์ ทราเวล จำกัด และปรากฏชื่อ นางสาวจิรฐา ทองเหลือ เป็นเจ้าของและภรรยาของกรรมการบริษัทข้างต้นบ้านพักย่านพระราม 2  ที่นายปริญญา บุรัสการ ซื้อไว้เป็นสินทรัพย์ /รถยนต์ 3 คัน  /รถจักรยานยนต์  7 คัน /และเงินสดจำนวน 6 ล้านบาท ที่นายปริญญา บุรัสการ นำไปวางมัดจำเพื่อซื้อรถหรูยี่ห้อแลมโบกีนี่ รวมมูลค่าการยึดอายัดทั้งหมดประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้นายปริญญา  และนางสาวจิรฐา ยังคงอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี
นอกจากนี้ พันตำรวจเอกไพสิฐ ยังระบุว่าจากการสอบสวนขยายผล พบว่านายปริญญา เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนายธีรยุทธ บุรัสการ หรือ นายอภิวัฒน์ อัครเดช หรือ นายโจ้ ผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชน ให้ร่วมลงทุนในลักษณะเดียวกัน ซึ่งหลังจากนี้ ดีเอสไอจะนำสำนวนคดี ที่มีประชาชนไปร้องเรียนที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. มาตรวจสอบเพิ่มเติม เพราะดีเอสไอได้รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษแล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง