นายกฯขอลูกเสือเป็นหูเป็นตาภัยคุกคามชาติ

2018-04-04 13:10:59

นายกฯขอลูกเสือเป็นหูเป็นตาภัยคุกคามชาติ

นายกฯ เปิดงานชุมนุมลูกเสือจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 13 มอบโอวาทให้ลูกเสือเนตรนารีรู้รักสามัคคี ช่วยสอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตาให้แก่ราชการ ต่อภัยคุกคามความมั่นคงของชาติทุกรูปแบบ แนะแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม เชื่อมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดี ยืนยันไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ร่วมกันคิดพัฒนาสู่ไทยแลนด์ 4.0



เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่สนามกีฬากลางจังหวัดปัตตานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 13 โดยมีลูกเสือเข้าร่วมงานกว่า 4,000 คน นายกรัฐมนตรี กล่าวให้โอวาท ตอนหนึ่งว่า กิจการลูกเสือและเนตรนารีนั้น ถือว่าเป็นกิจกรรมด้านการศึกษาที่มีเกียรติและเป็นที่ยอมรับในสังคมโลกว่า ลูกเสือเป็นผู้มีระเบียบวินัยมีความซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีกฎเกณฑ์และยินดีช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ โดยลูกเสือทุกคนจะยึดถือคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือเป็นแนวปฏิบัติอย่างมีเกียรติ



นายกฯ กล่าวต่อว่า ลูกเสือมีหน้าที่อันหลากหลาย ได้แก่ 1.หน้าที่ต่อชาติ ลูกเสือจะต้องรู้รักสามัคคี และช่วยสอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตาให้แก่ราชการ ต่อภัยคุกคามความมั่นคงของชาติทุกรูปแบบ 2. หน้าที่ต่อศาสนา ไม่ว่าลูกเสือจะนับถือศาสนาใด ๆ ขอให้ระลึกและเข้าใจว่าทุกศาสนาต่างก็มีความมุ่งหมายอย่างเดียวกันคือสอนให้บุคคลเป็นคนดี ได้แก่ การละเว้นความชั่ว กระทำความดี และทำใจให้ผ่องใสบริสุทธิ์ 3. หน้าที่ต่อพระมหากษัตริย์ การแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นหน้าที่อันสำคัญของลูกเสือทุกคน ต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพรักและเทิดทูนอย่างสูงสุดของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ 4. หน้าที่ด้านการช่วยเหลือผู้อื่น การบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นเป็นหลักสำคัญประการหนึ่งของลูกเสือ ที่ได้รับการยกย่องจากประชาชนทั่วไป ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องคือ ผู้ปกครอง และผู้กำกับลูกเสือควรหาโอกาสให้ลูกเสือได้บำเพ็ญประโยชน์ โดยเริ่มจากเรื่องที่ใกล้ตัวก่อน เช่น ที่บ้าน ควรส่งเสริมให้เด็กทำงานในบ้าน ช่วยเหลือพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือบำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว อันเป็นการปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดีให้แก่เด็ก ที่โรงเรียนหรือชุมชน ควรส่งเสริมให้เด็กได้ทำงานอันเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ต่อโรงเรียน และชุมนุมให้มากที่สุด โดยสอนให้ลูกเสือตระหนักว่างานเป็นสิ่งที่มีเกียรติ งานเท่านั้นเป็นเครื่องวัดคุณค่าของคน


Advertisement




นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า งานชุมนุมลูกเสือในครั้งนี้ นอกจากจะมีลูกเสือเนตรนารีจากภูมิภาคต่าง ๆ ของไทยแล้ว ยังมีลูกเสือจากประเทศเพื่อนบ้าน และลูกเสือจากต่างประเทศมาร่วมงานด้วยถึง 6 ประเทศ จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่พวกเราจะได้ศึกษาขนบธรรมเนียม ประเพณีของเพื่อนบ้านแต่ละประเทศ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมระหว่างกัน ได้เชื่อมความสัมพันธ์อันดี ตลอดจนได้มีโอกาสแสดงถึงไมตรีจิตของคนไทย จึงขอให้แสดงออกถึงความเป็นเจ้าบ้านที่ดี มีน้ำใจ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แสดงออกให้ประเทศเพื่อนบ้านเราได้เห็นว่า คนไทยมีอัธยาศัยดี มีความจริงใจ และมีความพร้อมที่จะจับมือกันพัฒนาความก้าวหน้าไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง



จากนั้น ลูกเสือ เนตรนารี ผู้บังคับบัญชาลูกเสือเดินสวนสนาม และนายกรัฐมนตรีพบปะลูกเสือ เนตรนารีแต่ละค่ายย่อยและลูกเสือจากต่างประเทศ พร้อมกล่าวขอบคุณที่มาช่วยกัน ซึ่งเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ประชาชนมีหลายระดับ ต้องยกระดับประชาชนให้ดีขึ้นและร่วมกันคิดพัฒนาไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 พร้อมร่วมทวิภาคี พหุภาคี เป็นสังคมแห่งวัฒนธรรมอยู่ร่วมกันได้เป็นโลกแห่งสันติสุขและต้องรักกัน


Advertisement