รมว.เกษตรฯ ชี้ปีนี้น้ำมาก สั่งกรมชลประทานเร่งจัดทำแผนผังน้ำให้เสร็จโดยเร็ว
เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 67 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลัง เป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองครอบรอบ 122 ปี กรมชลประทาน ว่า สถานการณ์น้ำในปีนี้ น่าจะมีมากกว่าปีที่ผ่านมา เพราะปริมาณฝนมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งแรกที่จำเป็นต้องทำ คือการให้กรมชลประทานจัดทำแผนที่ทางน้ำ เพื่อดูเส้นทางการไหลของน้ำ ตั้งแต่หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ไปสู่จังหวัด จนไปถึงลุ่มน้ำต่าง ๆ เพื่อเตรียมแผนรับมือในฤดูน้ำหลาก ซึ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่า จะมีพายุเข้าสู่ประเทศไทย 2 ลูก ในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย.นี้ ฉะนั้นจึงสั่งการให้สำนักชลประทานทั่วประเทศทั้ง 17 แห่ง เร่งทำแผนผังน้ำให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อชี้เป้าจุดเสี่ยง พื้นที่น้ำท่วม โดยเฉพาะจุดเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก จะได้แก้ไขปัญหาอุทกภัยได้ทันท่วงที และจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ และตนจะลงพื้นที่จุดน้ำท่วมซ้ำซากให้บ่อยขึ้น เพราะที่ผ่านมาเกิดปัญหาแล้งจัด ทำให้อาคารบังคับน้ำต่าง ๆ อาจเกิดปัญหาเมื่อเจอฝนตกมาก และเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก ฉะนั้นต้องให้สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ได้มาตรฐาน จุดไหนที่เป็นปัญหา ต้องเร่งซ่อมแซมแก้ไข ส่วนเครื่องจักรกลก็ต้องต้องพร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเครื่องสูบน้ำเสีย ซ้ำรอยกับที่เคยเกิดขึ้นใน จ.ปทุมธานี และไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมหนักเหมือนปี 2554 แม้จะมีพายุเข้า 2 ลูก แต่ยืนยันว่าตนเอาอยู่ เพราะได้เร่งโครงการต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยไว้แล้ว และแต่ละโครงการต่างมีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะโครงการตามแนวพระราชดำริ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ได้ผ่านการศึกษาวิจัยแล้ว ตนได้ส้่งการให้เร่งเดินหน้าทุกโครงการอย่างเต็มที่
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในระยะเวลา 6 เดือนจากนี้ต่อไป ได้กำชับให้กรมชลประทานรวบรวมโครงการทั้งหมด ทั้งการแก้ไขภัยแล้ง และแก้ปัญหาน้ำท่วม เพื่อจะนำมาบรรจุงบประมาณในปี 2568 ต่อไป เพราะถ้าเป็นโครงการขนาด ใหญ่ จำเป็นต้องตั้งงบผูกพันไว้ เพื่อไม่ให้โครงการสะดุด เพราะตามยุทธศาสตร์ 20 ปี กรมชลประทานต้องเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้มากกว่า 49.5 ล้านไร่ และเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน ได้ประมาณ 93,000 ล้าน ลบ.ม. โดยมีเป้าหมาย เพิ่มรายได้ภาคเกษตรขึ้นเป็น 3 เท่าใน 4 ปี