จับผู้ต้องหาเมากัญชา ก่อเหตุทุบรถยนต์หรู 3 คัน

2018-03-06 14:45:42

จับผู้ต้องหาเมากัญชา ก่อเหตุทุบรถยนต์หรู 3 คัน

ตำรวจภาค 4 จับกุมผู้ต้องหาเมากัญชาก่อเหตุใช้แฮนด์รถจักรยานทุบรถยนต์หรู 3 คัน กลางเมืองขอนแก่น


ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะที่ชาย ขับรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ มิวเซเว่น สีขาว มาจอดที่บริเวณหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง บนถนนศรีนวล ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ก่อนจะลงมาจากรถพร้อมกับถืออาวุธลักษณะคล้ายท่อนเหล็ก เข้าไปทุบรถเบนซ์ สีบรอนซ์เทา ที่จอดอยู่ริมฟุตบาท ก่อนจะเดินกลับขึ้นรถแล้วขับออกไปเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น และไม่ได้หยิบฉวยของมีค่าใดๆ ไปด้วย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกของวันที่ 2 มี.ค.2561 ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุเจ้าของรถได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี



ล่าสุดวันนี้ 6 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค4 พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค4 พร้อมด้วยตำรวจชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ก่อเหตุในคดีดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายคมสัน ดิเรกฤทธิ์ อายุ 35 ปี ลูกชายเจ้าของร้ายขายนาฬิกาชื่อดังใน อ.เมืองขอนแก่น พร้อมของกลางที่ใช้ก่อเหตุ ได้แก่ เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ และแฮนด์รถจักรยาน ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา

Advertisement




ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค4 กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุทุบรถยนต์ของประชาชนมาแล้ว 3 ครั้ง โดยรถยนต์แต่ละคันที่ถูกทุบล้วนแล้วแต่เป็นรถยนต์หรูที่มีราคาแพง คันแรกคือรถยนต์มินิ คูเปอร์ สีส้ม ทะเบียน 5 กฬ 1594 กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2561 คันที่ 2 เป็นรถยนต์ยี่ห้อแรนโรเวอร์ สีแดง ทะเบียน 4 กอ-2950 กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2561 และคันที่ 3 เป็นรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บต 5707 ขอนแก่น เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2561 โดยรถทั้ง 3 คัน ส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายที่บริเวณกระโปรงหน้ารถและประตูรถ ที่มีลักษณะบุบยุบและเป็นรู



จากการสืบสวนสอบสวน ทราบว่า ในวันเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้เสพกัญชาจนมีอาการทางประสาท ก่อนที่จะขับรถไปก่อเหตุด้วยการทุบรถยนต์ของชาวบ้านจนได้รับความเสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แกะรอยจากกล้องวงจรปิดจนได้พยานหลักฐานมัดตัวผู้ก่อเหตุ จนนำไปสู่การออกหมายจับ เบื้องต้นผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธ แต่ญาติของผู้ต้องหาได้ให้การยืนยันว่าบุคคลในภาพเป็นผู้ต้องหาจริง และยังพบว่าผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมในคดียาเสพติดเมื่อปีที่ผ่านมา และมีพฤติการณ์ใช้ยาเสพติด ทำให้มักมีอาการคลุ้มคลั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์และเสพกัญชาโดยผิดกฎหมาย ก่อนจะส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Advertisement



แท็กที่เกี่ยวข้อง