“ศรีวราห์”ลั่นคดี “เปรมชัย”เร็วสุดแล้ว

2018-03-06 14:45:33

“ศรีวราห์”ลั่นคดี “เปรมชัย”เร็วสุดแล้ว

“พล.ต.อ.ศรีวราห์” ไม่หวั่นขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนคดี “เปรมชัย”ยันทำเร็วที่สุดแล้ว คาดจะสามารถสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องได้ภายใน 24 มี.ค.นี้

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้เปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) และพวกคดีลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี โดยยืนยันว่า ตนไม่ขัดข้อง เพราะการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย มั่นใจว่าเร่งรัดติดตามคดีได้เร็วที่สุดแล้ว โดยขณะนี้ยังต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าเนื้อสัตว์ที่พบเป็นเนื้อของสัตว์ชนิดใด เนื่องจากผ่านไปกว่า 3 สัปดาห์ ก็ยังไม่ได้รับสรุปรายงานแต่อย่างใด


สำหรับกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็น แต่ยืนยันว่า พนักงานสอบสวนดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอน ในส่วนการดำเนินคดีในฐานติดสินบนเจ้าพนักงานนั้น นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ผู้กล่าวหา ยังไม่เดินทางเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน จึงได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเข้าสอบปากคำภายในอุทยานฯให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 8 มี.ค.นี้ เพื่อเร่งดำเนินการเอาผิดกับผู้ต้องหา ส่วนเรื่องที่มีการกล่าวอ้างว่ามีการสอบซ้ำซากนั้น ยืนยันว่าเป็นความเข้าใจผิดอย่างแน่นอน เนื่องจากพนักงานสอบสวนสอบปากคำประจักษ์พยานไปเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น แต่ยังมีประเด็นข้อกฎหมายที่ต้องสอบเพิ่มในรายละเอียดให้ชัดเจน



Advertisement



พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวถึงกรณีที่มีนายเปรมชัยและพวกให้การว่าซื้อเนื้อสัตว์จากที่อื่นเข้าไปประกอบอาหารภายในพื้นที่อุทยานฯ ว่า ฟังไม่ขึ้น เพราะหมู่บ้านที่อยู่ใกล้สุดห่างไป 50 กิโลเมตร ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ปิด ไม่อนุญาตให้มีการจำหน่ายสินค้า ส่วนงาช้างที่ตรวจพบภายในบ้านของนายเปรมชัย มีชื่อของภรรยานายเปรมชัยเป็นผู้จดแจ้ง จึงไม่สามารถดำเนินคดีกับผู้อื่นได้ และการที่มีการรับจดแจ้งขึ้นทะเบียนงาช้างถูกต้องหรือไม่ เป็นหน้าที่ของกรมอุทยานฯในการตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามยืนยันว่าตำรวจและกรมอุทยานไม่ได้มีปัญหาในการประสานงาน ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 90 ดำเนินคดีกับนายเปรมชัยและพวกรวมทั้งสิ้น 9 ข้อหา และกำลังดำเนินการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาวุธปืน และติดสินบนเจ้าหน้าที่ คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องได้ภายใน 24 มี.ค.นี้


รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนี้ไม่มีข้อหาเจตนาฆ่าสัตว์ป่า แต่เจ้าหน้าที่ได้ตั้งหาร่วมกันฆ่าสัตวป่ากับนายเปรมชัยและพวก ตั้งแต่แรกดังนั้นขอให้กลุ่มคนที่วิพากวิจารณ์ศึกษาข้อกฎหมายให้ชัดเจน

ขณะที่ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงผลการตรวจพิสูจน์อาวุธปืน 3 กระบอกที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ยืนยันว่าอาวุธปืนทั้งหมดเป็นของนายเปรมชัยจริง ส่วนลูกระสุนปืนที่ทำให้เสือดำเสียชีวิต เป็นลูกกระสุนลูกปลายที่สามารถบรรจุในปืนลูกซองขนาดเบอร์ 20 ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับ 1 ใน 3 กระบอกที่ตรวจยึดได้ การตรวจสอบยังพบว่าเป็นการยิงนัดเดียว ระยะใกล้ประมาณ 10 เมตร แต่กระสุนลูกปลายกระจายเป็น 8 รู และเจอหัวกระสุนลูกปลายที่เสือดำ 3 เม็ด ส่วนการจำลองวิถีกระสุนที่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานเข้าไปจำลองในที่เกิดเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 7 ร่วมด้วยนั้น ยืนยันว่าไม่สามารถระบุวิถีกระสุนได้ ใช้ประกอบสำนวนไม่ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง