เร่งล่าตัวโจรแสบ ทุบชิงทองยายวัย 84 ปี

2018-03-06 12:25:25

เร่งล่าตัวโจรแสบ ทุบชิงทองยายวัย 84 ปี

ตร.เร่งล่าตัวโจรแสบ ทุบชิงทอง ยายวัย 84 ปี นำผู้ต้องสงสัย ตรวจดีเอ็นเอ มั่นใจคนในพื้นที่ ก่อเหตุ หลังรู้ความเคลื่อนไหวผู้เสียหาย เชื่อมีการวางแผนมาล่วงหน้า


เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นครพนม พร้อมด้วย พ.ต.อ.เสฏฐวุฒิ รอดจันทร์ ผกก.สืบสวนนครพนม พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ ศรีจันทร์ ผกก.สภ.ศรีสงคราม ได้มีการประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน เร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี กรณีเกิดเหตุ นางมา เกษมสุข อายุ 84 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ที่ 6 ซอยเทศบาล ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ถูกคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมหมวกปิดบังใบหน้า เข้าทำร้ายร่างกาย ทุบศีรษะจนหมดสติ ขณะผู้เสียหาย กำลังปั่นจักรยานสามล้อคนชรา เพื่อเตรียมไปทำบุญที่วัด บริเวณถนนห่างจากหน้าบ้าน ประมาณ 20 เมตร ก่อนคนร้ายชิงทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 7 บาท มี สร้อยคอทองคำ ลายโซ่ น้ำหนัก 5 บาท จำนวน 1 เส้น แหวนทองคำลายมังกร น้ำหนัก 0.5 บาท จำนวน 2 วง พระหลวงพ่อคูณเลี่ยมทองน้ำหนัก 1 บาท จำนวน 1 วง และเงินสดอีก 61,000 บาท ที่ใส่กระเป๋าติดตัวไว้ตลอด หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 2 มี.ค. 2561 ภายหลังผู้เสียหาย รู้สึกตัว จึงไปบอกลูกชาย พาไปตรวจรักษาร่างกายที่ รพ.อำเภอศรีสงคราม และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สภ.ศรีสงคราม เร่งติดตามตัวหาคนร้ายมาดำเนินคดี


ล่าสุดภายหลังตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบ เก็บหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมนำตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบเก็บร่องรอยพิมพ์ลายนิ้วมือในจุดเกิดเหตุ เพื่อนำไปตรวจสอบหาตัวคนร้าย ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นคนในพื้นที่เป็นคนลงมือก่อเหตุ เพราะจากการสอบสวน มั่นใจว่าคนร้ายมีการวางแผน และรู้ความเคลื่อนไหวของผู้เสียหายมาก่อน จึงได้ลงมือก่อเหตุ เบื้องต้นทางตำรวจได้เรียกตัวผู้ต้องสงสัย จำนวน 2 ราย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ มาสอบสวนพร้อมตรวจดีเอ็นเอส่งไปตรวจสอบ และเทียบกับ หลักฐานที่ตรวจสอบได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งรอผลการตรวจดีเอ็นเอ หากตรงกับบุคคลไหน จะมีการจับกุมดำเนินคดีทันที


ด้าน พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นครพนม กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่น่าสนใจ ไม่เคยเกิดเหตุมาก่อน และทำร้ายคนมีอายุ หลังเกิดเหตุตำรวจได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ เก็บหลักฐาน รวมถึงมีการสอบพยานไปแล้วหลายราย แต่ยังไม่สามารถชี้ชัดว่าผู้ต้องหาเป็นใคร เนื่องจากผู้เสียหายระบุว่า มีการปิดบังใบหน้า ยืนยันเพียงเป็นชาย 1 คน ร่างสูงใหญ่ อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่า ตำรวจมีพยานหลักฐานสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปจับกุมผู้กระทำผิดได้ เบื้องต้นได้มีการนำตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบสรุปพยานหลักฐาน ซึ่งยืนยันว่าตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้เร็วที่สุด



Advertisement


แท็กที่เกี่ยวข้อง