เลือกตั้งผู้นำฝรั่งเศสชิงดำรอบ 2

2017-04-24 10:20:14

เลือกตั้งผู้นำฝรั่งเศสชิงดำรอบ 2

ผลเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรกอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นที่แน่นอนแล้วว่า นายเอ็มมานูเอล มาครง นักการเมืองหนุ่มไฟแรง วัย 39 ปี ผู้สมัครอิสระ เข้ามาเป็นที่ 1 ตามด้วย นางมาร์ฮีน เลอ เพน นักการเมืองขวาจัด ได้ที่ 2 เข้าไปชิงดำกันในการเลือกตั้งรอบ 2 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคม


นายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครอิสระสายกลาง และนางมาร์ฮีน เลอ เพน ผู้สมัครขวาจัด ควงคู่เข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในรอบ 2 หลังทั้ง 2 ชนะการเลือกตั้งในรอบแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน โดยผู้มีสิทธิ์ออกเสียเลือกตั้ง ซึ่งออกไปใช้สิทธิ์ประมาณร้อยละ 70 ไม่ลงคะแนนเลือกพรรคการเมืองกระแสหลัก ทำให้นักการเมืองอิสระ และนักการเมืองที่มีแนวคิดต่อต้านสถาบันมีโอกาสหลุดเข้าสู่พระราชวังเอลีเซ ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส หลังการเลือกตั้งรอบ 2 ในวันที่ 7 พฤษภาคม 
แม้ว่า มาครง วัย 39 ปี นักการเมืองหนุ่มไฟแรง ซึ่งไม่เคยผ่านการเลือกตั้ง แต่เขาก็ชนะการเลือกตั้งรอบแรกได้อย่างง่ายดาย เข้าไปชิงรอบ 2 กับนางเลอ เพน วัย 48 ปี 
ผลการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่สำหรับกลุ่มการเมืองกลางขวาและกลางซ้าย ซึ่งครอบงำการเมืองฝรั่งเศสมานานกว่า 60 ปี แต่ก็ยังเบาใจได้บ้าง ว่านายมาครง ซึ่งมีแนวนโยบายสนับสนุนสหภาพยุโรป หรืออียู เข้ามาเป็นที่ 1 ทำให้ลดโอกาสของความตื่นกลัวแนวคิดต่อต้านสถาบัน ที่เคยหวั่นเกรงกันหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ และความกลัวว่า ฝรั่งเศสอาจตามรอยอังกฤษถอนตัวออกจากอียู น้อยลง 
ในการกล่าวปราศรัยยอมรับชัยชนะ นายมาครง กล่าวกับผู้สนับสนุนว่า ใน 1 ปี เราได้เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าการเมืองฝรั่งเศส และจะพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่และเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองที่น่าเบื่อของฝรั่งเศส หากได้รับเลือกตั้ง ส่วนเลอ เพน กล่าวชื่นชมผลการเลือกตั้งว่า เป็นประวัติศาสตร์ 

Advertisement



ส่วนผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งผ่านไปแล้วร้อยละ 96 ระบุว่า นายมาครง อดีตรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ได้คะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 ร้อยละ 23.7 ตามมาด้วยอันดับ 2 นางเลอ เพน จากพรรคแนวร่วมแห่งชาติ ได้คะแนนเสียงร้อยละ 21.7 ดังนั้น การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในรอบสอง จึงเป็นการแข่งขันกันระหว่างนายมาครง กับนางเลอ เพน 
ขณะเดียวกันก็มีสัญญาณออกมาแล้วว่า มาครง จะได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากพรรคคู่แข่งที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งรอบแรก ทั้งในพรรครีพับลิกันและพรรคสังคมนิยม

แท็กที่เกี่ยวข้อง