วอนช่วยเหลือ "เด็กหัวบาตร" ไร้รูทวาร

2018-02-08 16:15:37

วอนช่วยเหลือ "เด็กหัวบาตร" ไร้รูทวาร

แสนสงสารเด็กชาย 1 ขวบ ป่วยเป็นโรคหัวบาตรหรือหัวโต รูทวารไม่มี ต้องขับถ่ายหน้าท้อง แพทย์เผยพบผู้ป่วยโรคนี้ได้ 1 ใน 1000 รายต่อปี



เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นางจุฑารัตน์ โปรยไธสง อายุ 40 ปี มารดา นายวิทักษ์ โปรยไธสง อายุ 40 ปี บิดา ของ ด.ช.วุฒิภัทร โปรยไธสง (น้องภัทร) อายุ 1 ขวบ อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 7 ต.บ้านปึก อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยนางจุฑารัตน์เล่าว่า ลูกชายได้ป่วยเป็นโรคเด็กหัวบาตร ซึ่งขณะแพทย์ได้อัลตราซาวด์ พบตอนนั้นอายุครรภ์ 6 เดือนแล้ว โดยพบว่าเด็กในครรภ์ป่วยเป็นโรคหัวโต หรือหัวบาตร hydrocephalus สาเหตุเกิดจากความผิดปกติที่มีน้ำในโพรงสมองมากเกินไป เนื่องจากท่อทางเดินน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลังอุดตัน ทำให้น้ำในสมองคั่งและท่วมอยู่ในสมอง ส่งผลให้สมองมีขนาดใหญ่กว่าปกติ โดยโรคนี้จะพบได้ 1 ใน 1000 คนต่อปี


นางจุฑารัตน์ กล่าวต่อว่า เมื่อตนเองตั้งครรภ์ประมาณ 6 เดือนแล้ว จึงไปทำการฝากครรภ์ และแพทย์ได้ตรวจพบว่าเด็กในครรภ์ป่วยมีศีรษะโตกว่าเด็กปกติ ซึ่งเวลานั้นแพทย์ก็บอกว่ากับตนว่า ให้ทำแท้งเอาเด็กออก แต่ตอนนั้นตนทำไม่ได้เนื่องจากเด็กมีอายุครรภ์ถึง 6 เดือน มีอวัยวะครบแล้ว หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ จึงไม่สามารถทำได้ ตนกับสามีจึงตัดสินใจที่จะเลี้ยงน้องภัทร ให้ถึงนาทีสุดท้ายที่จะทำได้


ทั้งนี้ ก่อนตั้งครรภ์นางจุฑารัตน์เล่าว่า ได้ทำงานเป็นเซลล์ขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ตอนนี้ต้องลาออกจากงานมาเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ส่วน นายวิทักษ์ อาชีพเซลล์ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ต้องเป็นคนทำงานหาเลี้ยงครอบครัวด้วยเงินเดือนเพียง 8,000 บาท ซึ่งไม่พอเพียงต่อค่านม ค่าอ้อมสำเร็จรูป ค่ารักษาพยาบาล น้องภัทร ไม่มีรู้ทวาร แพทย์ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้องและเจาะลำไส้เพื่อใช้ในการขับถ่ายอุจจาระ น้องภัทรไม่สามารถจะนั่งหรือเดินได้ เนื่องจากศีรษะมีน้ำหนักเกือบ 3 กิโลกรัม ความกว้าง 60 ซม. ความยาว 45 ซม. โดยทำได้แต่นอนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนตาน้องภัทรก็มองไม่เห็น อาศัยการฟัง ทำให้มีพัฒนาการทางสมองช้ากว่าเด็กปกติ ตอนนี้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่มีเงินค่าเดินทางไปรักษาที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ เนื่องจากน้องภัทร จะต้องไปรักษาเดือนละ 1 ครั้ง จำเป็นต้องเหมารถแท็กซี่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น สาเหตุที่ต้องนั่งรถแท็กซี่ก็เพราะว่าถ้าหากนั่งรถบัสโดยสารหรือรถตู้ประจำทาง เขาจะไม่จอดให้ตามทาง หรือพาไปยัง รพ.ใกล้เคียง ถ้าเกิดน้องภัทรป่วยฉุกเฉินระหว่างการนำตัวส่งไปรักษาพยาบาล ตนจึงจำเป็นที่จะต้องเหมารถแท็กซี่จากชลบุรีไปยัง รพ.จุฬาลงกรณ์เป็นค่าใช้จ่ายกว่า 2 พันบาทต่อครั้ง จึงอยากวอนขอความเมตตาผู้ที่สงสารน้องภัทร ให้ช่วยในเรื่องค่านม ค่าผ้าอ้อมสำเร็จรูป และค่าเดินทางไปรักษาอาการป่วยด้วย โดยสามารถติดต่อได้ที่ เบอร์โทร. 084- 863-3054

Advertisement



แท็กที่เกี่ยวข้อง