"มัลลิกา" ชูแผนพลิกเศรษฐกิจด้วยพลังงานทดแทนหมดเวลาทุนใหญ่ครอบงำ

2023-02-20 10:39:34

"มัลลิกา" ชูแผนพลิกเศรษฐกิจด้วยพลังงานทดแทนหมดเวลาทุนใหญ่ครอบงำ

Advertisement

"มัลลิกา" ชูแผนพลิกเศรษฐกิจประเทศด้วยพลังงานทดแทน หมดเวลาทุนใหญ่ครอบงำ   เน้นกระจายการลงทุน กระจายรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดความเท่าเทียมทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 20 ก.พ.66 ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์  (ปชป.) อดีตที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังการอภิปรายมาตรา 152 ในวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปชัดเจนว่าทุนใหญ่ทางด้านพลังงานครอบงำตั้งแต่รัฐบาลยันฝ่ายค้าน ขณะเดียวกันก็มีบทบาทและอำนาจมากถึงขั้นพยายามเป็นผู้จัดการรัฐบาลและพยายามทำตัวเชื่อมโยงการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคตทั้งที่การเลือกตั้งและคะแนนจากประชาชนยังไม่ปรากฎ โดยทุนใหญ่เหล่านี้พยายามนำความมั่นคงของชาติเป็นตัวประกัน ถือว่า ลักษณะที่เกิดขึ้นเป็นความเสื่อมถอยของการเมืองอย่างยิ่ง

ดร.มัลลิกา กล่าวต่อว่า ในการประชุมส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค วันพรุ่งนี้จะเสนอแผนยุทธศาสตร์นโยบายทางด้านพลังงานของพรรคโดยเน้นยุทธศาสตร์พลังงานทดแทนแบบเท่าเทียมทั่วไทยโดยคำนึงถึงยุทธศาสตร์พลังงานแห่งชาติให้ประสบความสำเร็จโดยใช้กลยุทธ์อย่างทันสมัยกระจายรายได้และการลงทุนทั่วประเทศไม่ว่าจะเป็นภาคใต้ภาคกลาง ตะวันตก ตะวันออก กรุงเทพมหานครภาคอีสาน และภาคเหนือ ซึ่งทุกภูมิภาค มีการสร้างสายส่งไฟฟ้าอย่างครอบคลุมทั่วไทยมาแล้วตั้งแต่ปี 2558 และถือว่าในแผนนโยบายนี้จะเป็นการปฏิรูปพลังงานอย่างชัดเจน

"หมดเวลาของทุนใหญ่ที่จะต่อยอดมาครอบงำประเทศชาติมันไม่สมควรอีกต่อไปนะคะ เรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้นำฝ่ายใดก็น่าจะได้ตระหนักเพราะไม่เช่นนั้นแล้วเราประเทศเราจะถดถอยลงไปอีก ประเทศเรานี้จากที่เคยอยู่ใต้อิทธิพลของประชานิยมทักษิณต่อไปอาจจะอยู่ภายใต้อิทธิพลของทุนใหญ่ทางด้านพลังงานรายใหม่ไม่แตกต่างกัน แม้วันนี้ยังไม่มีการเลือกตั้งพวกผู้คนเหล่านี้ก็พยายามเคลื่อนไหวเตรียมการจัดตั้งรัฐบาลทั้งยังครอบงำได้แม้แต่เสนาธิการ นักการเมืองทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล แบบนี้ไม่ไหวมันจะนำไปสู่ชนวนเหตุแห่งความขัดแย้งรูปแบบใหม่ต่อไปได้" ดร.มัลลิกา กล่าว

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า ตนจะเสนอนโยบายด้านการบริหารนโยบายแผนงานและมาตรการด้านพลังงานของประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เน้นการกำหนดราคาพลังงานติดตามดูแลประสานงานสนับสนุนเร่งรัดทุกส่วน ทั้งราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชนที่เกี่ยวข้องกับพลังงานให้เป็นไปตามแผนนโยบายเพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า พร้อมทั้งทำการประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบาย โดยแผนนี้จะใช้ขื่อว่า "PDP2023" สาระสำคัญคือการจัดทำแผนพลังงานชาติด้วยการกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กำหนดกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองของประเทศและกระจายแหล่งผลิตไฟฟ้า แผนนี้ให้ใช้มาตรการผสมผสานทั้งการบังคับและสนับสนุนจูงใจการให้เอกชนเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการส่งเสริมและดำเนินการอนุรักษ์พลังงานการ ใช้มืออาชีพและบริษัทจัดการพลังงานเป็นกลไกสำคัญการเพิ่มการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีและเสริมสร้างธุรกิจผลิตสินค้าที่มีประสิทธิภาพพลังงานสูง โดยใช้ 5 กลยุทธ์คือการบังคับด้วยกฎระเบียบและมาตรฐาน การส่งเสริมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาสั่งการพัฒนากำลังคนและความสามารถเชิงสถาบัน การสร้างความตระหนักและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การส่งเสริมสนับสนุนอนุรักษ์พลังงาน และเพื่อป้องกันการได้ผู้ผลิตที่ไม่มีความพร้อมซึ่งจะกลายเป็นภาระและเสียเวลาเสียโอกาสดังที่ผ่านมาจึงมีการให้กำหนดเงื่อนไขความพร้อมเลือกผู้ผลิตที่มีความพร้อม 4 ด้าน คือ ด้านแหล่งเงินทุน ด้านที่ดินทำโครงการ ด้านเทคโนโลยีและด้านใบอนุญาติที่เกี่ยวข้อง

"และควรคำนึงถึงภารกิจรัฐบาลในกรอบความร่วมมือว่าด้วยการลดโลกร้อน การลดคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศ กระจายแหล่งพลังงานทดแทนทั้งรูปแบบ น้ำ ลม แดด ไบโอแก๊ส ไบโอแมส โดยเน้นธรรมชาติ เน้นการลงทุนไปยังภูมิภาค เพื่อกระจายการลงทุน กระจายรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดความเท่าเทียมทั่วประเทศ ที่สำคัญที่สุดก็คือเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนให้ชุมชนและประชาชนมีส่วนร่วม มีรายได้ มีอำนาจตัดสินใจ มีส่วนพัฒนาท้องถิ่นและความเจริญ และเน้นการกระจายการลงทุนตั้งแต่ธุรกิจภูมิภาคแบบ เล็ก-กลาง-ใหญ่ ไม่ปล่อยเพียงทุนใหญ่มาเป็นผู้กำหนดเกมเท่านั้นอีกต่อไป " ดร.มัลลิกา กล่าว