เร่งแก้ภาพลักษณ์สมุย! หลังนักท่องเที่ยวถูกรีดค่าตัดเล็บ3,000 บาท

2018-02-05 15:10:04

เร่งแก้ภาพลักษณ์สมุย! หลังนักท่องเที่ยวถูกรีดค่าตัดเล็บ3,000 บาท

เทศบาลนครเกาะสมุยเร่งประชุมแก้ปัญหาผู้ประกอบการบนชายหาดละไม ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย ที่คิดค่าบริการในการให้บริการตัดเล็บมือ และเล็บเท้า ให้กับนักท่องเที่ยวชาวสวีเดนในราคาที่แพงเกินจริงถึง 3,000 บาทพร้อมหยิบเงินทิปจากนักท่องเที่ยวไปอีก 500บาท ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยเสียหาย



เมื่อวันที่ 5 ก.พ.จากกรณีที่ นายนิคโค คาซาล อายุ 46 ปี สัญชาติสวีเดน ได้เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยได้เลือกสถานที่พักผ่อนปลายทางที่เกาะสมุย เมื่อถึงที่พักบนหาดละไม ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้ลงไปพักผ่อนบริเวณชายหาด จากนั้นได้มีผู้หญิงไทย 3 คน ใส่เสื้อกั๊กสีชมพู ซึ่งเป็นเสื้อกั๊กที่ทางเทศบาลนครเกาะสมุยเป็นผู้ออกให้ ได้เข้ามาถามว่าต้องการนวดไหม พร้อมกับนำป้ายราคาค่าบริการมาแสดงให้ดูก็เลยตอบตกลงตามราคา โดยหญิงไทย 1 คนทำหน้าที่นวดหลัง และหญิงไทยอีก 1 คนทำหน้าที่ตัดเล็บมือและเล็บเท้า ผ่านไป 30 นาที เมื่อบริการเสร็จหญิงไทยก็เรียกค่าบริการนวดหลังและตัดเล็บรวม 3,000 บาท ทั้งที่ราคาที่ตกลงกันไว้ในการให้บริการตัดเล็บ 300 บาท แต่มาคิดค่าบริการถึง 3,000 บาท ถึงแม้จะคิดค่าบริการตัดเล็บและนวดหลังก็ยังเป็นค่าบริการที่แพง


เมื่อเป็นเช่นนี้นายนิคโคจึงยังไม่ยอมจ่าย แต่หญิงไทยได้เรียกเพื่อนมาอีก 4 คนมาล้อมไว้พร้อมกับโวยวายเสียงดังว่า ลูกค้ารายนี้ไม่จ่ายค่าบริการ จนทำให้เขารู้สึกอายและไม่ปลอดภัย จึงต้องยอมจ่ายเงินไป 3,000 บาท แต่หญิงคนไทยคนดังกล่าวยังได้หยิบเงินจากมือไปอีก 500 บาทแล้วบอกว่าเป็นค่าทริป รวมเป็นเงิน 3,500 บาท
ในเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังเทศบาลนครเกาะสมุย ซึ่งเป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนผู้ค้าบนชายหาดละไมและยังเป็นผู้ให้เสื้อกั๊กสีชมพูแก่ผู้ค้าหลังจากขึ้นทะเบียนกับเทศบาลแล้ว โดยนายสุนทร ภู่ไพบูลย์ รองนายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย ได้เรียกประชุมกองสาธารณสุขที่ทำหน้าที่กำกับดูแลผู้ค้าชายหาดละไม เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย และของเกาะสมุยได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยในวันนี้เวลา 15.00 น. กองสาธารณสุข เทศบาลนครเกาะสมุย จะเรียกผู้ค้าที่ให้บริการตัดเล็บบริเวณชายหาดละไมมาทำความเข้าใจถึงผลกระทบจากการให้บริการดังกล่าว พร้อมกับจะหาบทลงโทษผู้ที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับภาพลักษณ์ของประเทศด้วย


Advertisement



นายสุนทร ภู่ไพบูลย์ รองนายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเทศบาลนครเกาะสมุยไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเทศกิจที่ดูแลพื้นที่หาดละไมมาประชุมเพื่อหาข้อมูล เพราะทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเกาะสมุย และทางเทศบาลนครเกาะสมุยก็ได้เรียกผู้ค้ามาประชุมเพื่อทำความเข้าใจ และให้ข้อคิดว่าควรภาคภูมิใจในอาชีพที่ทำเพราะเป็นอาชีพที่สุจริตและผู้ให้บริการดังกล่าวเป็นผู้ที่ใกล้ชิดนักท่องเที่ยวมากที่สุด เพราะฉะนั้นจะต้องให้ความสำคัญ ดูแลเอาใจใส่ ให้ความเป็นธรรมในเรื่องของราคาในการให้บริการในทุกด้าน

ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ปิยะพันธ์ วนอุกฤษ์ สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวออกติดตามตัวผู้หญิงไทยทั้งสามคนตามที่เป็นข่าวแล้ว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป



Advertisement


แท็กที่เกี่ยวข้อง