รองอธิบดี สบส. ตรวจสอบแล้ว คลินิกลักลอบขายน้ำเชื้ออสุจิ

2017-04-21 14:25:22

รองอธิบดี สบส. ตรวจสอบแล้ว คลินิกลักลอบขายน้ำเชื้ออสุจิ

รองอธิบดี สบส.ตรวจมาตรฐานคลินิกผสมเทียมย่านปทุมวัน รอส่งเชื้อมาตรวจคาดชัดเจนมากขึ้น
นายแพทย์ธงชัย คีรติหัถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นำทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน เพื่อตรวจสอบสถานพยาบาลที่มีการลักลอบขายน้ำเชื้ออสุจิ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมชายไทยพร้อมของกลางถังไนโตรเจนบรรจุหลอดใส่อสุจิ ไข่ และตัวอ่อนแช่แข็งได้ที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว จ.หนองคาย เพื่อนำไปส่งนายจ้างที่คลินิกเเห่งหนึ่งในเมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว โดยได้รับมอบหมายให้ไปรับที่คลินิก 4 แห่งในกรุงเทพมหานคร

          โดยตั้งแต่ช่วงสายมีสื่อมวลชนจากหลายสำนักมาติดตามการตรวจคลินิกดังกล่าว ซึ่งเป็นคลินิกเทคโนโลยีวัยเจริญพันธุ์ แต่ได้รับการปฏิเสธการเข้าไปติดตามการตรวจสอบจากเจ้าของคลินิกและไม่สามารถบันทึกภาพได้

Advertisement



          ขณะที่นายแพทย์ธงชัยให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจสอบคลินิกเสร็จสิ้น ว่าเป็นการเข้าไปตรวจสอบมาตรฐานการเปิดคลินิกเท่านั้น ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าคลินิกนี้ตรงตามมาตรฐานที่กำหนดในพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 ซึ่งปัจจุบันมีคลินิกในลักษณะนี้ประมาณ 70 แห่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนกรณีการลักลอบซื้อขายอสุจิตามที่เป็นข่าว ทางสบส.เองยังไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ เนื่องจากหลักฐานยังไม่ชี้ชัดว่าคลินิกนี้ผิดจริง ซึ่งทางคลินิกเองก็ได้มีการแจ้งความแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องตามคำกล่าวอ้าง ทั้งนี้ต้องรอถังไนโตรเจนดังกล่าวที่กำลังส่งมาให้ตรวจสอบว่าภายใน เป็นเชื้อใด จึงจะมีความชัดเจนมากขึ้น


นอกจากนี้นายแพทย์ธงชัย ยังระบุว่าถึงแม้จะมีกฎหมายออกมารองรับการเก็บอสุจิ ไข่ และตัวอ่อน แต่หากพบว่ามีการนำออกนอกประเทศ ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ทั้งนี้มองว่า ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ของประเทศไทยมีก้าวหน้ามากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับประเพื่อนบ้านยังไม่มีกฎหมายควบคุม จึงอาจเป็นช่องโหว่ที่ทำให้มีการลักลอบขนย้ายและซื้อขายอสุจิ ไข่ และตัวอ่อน

Advertisement




ส่วนที่แพทย์เจ้าของคลินิคมีคดีความในเรื่องคดีอุ้มบุญหลายปีก่อนนั้น รองอธิบดีระบุว่าขณะนั้นยังไม่มีกฎหมายเรื่องนี้ ไม่สามารถดำเนินการเอาผิดได้  ทั้งนี้เชื่อว่าการขนย้ายอสุจิครั้งนี้ไม่น่าจะเชื่อมโยงกับคดีการอุ้มบุญดังกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง