นักข่าว-ช่างภาพ CNN ขอโทษคนไทยไม่ได้เจตนาบุกรุกที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมหนองบัวลำภู

2022-10-09 21:34:50

นักข่าว-ช่างภาพ CNN  ขอโทษคนไทยไม่ได้เจตนาบุกรุกที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมหนองบัวลำภู

Advertisement

ผบ.ตร. ระบุนักข่าว-ช่างภาพ CNN ไม่มีเจตนาบุกรุกที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมหนองบัวลำภู เอาผิดใช้วีซ่านักท่องเที่ยวทำงานในไทย ปรับคนละ 5,000 บาท ด้านเจ้าตัวอัดคลิปยกมือไหว้ขอโทษคนไทย-ครอบครัวผู้สูญเสีย ยอมรับผิด ขอกลับประเทศทันที  ด้านนักข่าว-ช่างภาพ CNN  ขอโทษคนไทย ยันไม่ได้เจตนา

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 65  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. แถลงข่าวกรณีที่มีภาพผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว CNN เข้าไปในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู  ซึ่งเป็นหลังแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของความเหมาะสม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามตัวผู้สื่อข่าวต่างประเทศทั้ง 2 คน มาสอบปากคำทราบว่า ทั้งคู่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 65 ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุ โดยเดินทางมาจากฮ่องกง จากภาพปรากฎที่ทั้งคู่เข้าไปในที่เกิดเหตุ คือวันที่ 7 หลังจากพิธีการวางพวงมาลา ช่วงเวลาประมาณ 10.00-12.00 น.


พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากที่มีการสืบสวนสอบสวนทั้งจากพยานบุคคลและภาพถ่ายทั้งหมด พบว่าทั้งคู่ไม่ได้มีเจตนาเข้าไปที่จะบุกรุก จากการตรวจสอบจากภาพของนักข่าวบางท่านก็จะเห็นภาพตรงกันและชัดแจ้งว่า มีเจ้าหน้าที่และมีประชาชนอยู่ในบริเวณดังกล่าวในช่วงเวลาที่ทั้งคู่เข้าไปจริง เมื่อทั้งคู่ได้เข้าไปภายในรั้วแล้ว และเดินไปด้านหลังของอาคารและได้พบกับเจ้าหน้าที่จึงสอบถามไปว่า  Can I come in  เจ้าหน้าที่ก็มีการกวักมือเข้าไป ทั้งคู่จึงได้เข้าไป ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะการสื่อสารไม่ตรงกัน และหลังจากที่ทั้งคู่เข้าไปแล้วได้มีการถ่ายทำภาพข่าวเป็นเวลานาน เมื่อออกมาเจ้าหน้าที่ปิดกั้นพื้นที่จึงเห็นภาพที่ทั้งคู่ปีนรั้วออกมาด้านนอก จากการตรวจสอบพยานแล้วพบว่าทั้งคู่ไม่ได้มีเจตนาที่จะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ดูเจตนาเป็นหลัก จะเห็นได้ว่าหากกรณีเป็นผู้บุกรุกหรือกระทำความผิดจะต้องมีพฤติกรรมในการหลบหนี แต่ทั้งสองก็ได้กลับไปพักที่อุดรธานี ก่อนที่จะมาทำข่าวในพื้นที่ในวันรุ่งขึ้น โดยหลังจากนี้ทาง ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำสั่งการให้พื้นที่เกิดเหตุตลอดจนบ้านของผู้ต้องหาเป็นพื้นที่ห้ามเข้าพร้อมเพิ่มความเข้มงวดตรวจตรามากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ได้เปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงินคนละ 5,000 บาท ฐานกระทำความผิด พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เพิกถอนวีซ่า และดำเนินการให้ออกนอกประเทศตามกฎหมาย แต่ทั้งคู่แสดงความประสงค์จะเดินทางออกนอกประเทศทันที ซึ่งทางทีมข่าวก็ไม่สบายใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพาตัวไปยังสนามบินสุวรรณภูมิทันทีหลังจากนี้

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า กรณีนี้เราพิจารณาดูแล้วว่าไม่ใช่ความผิดรุนแรงก็ไม่จำเป็นที่จะต้องขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์ห้ามเดินทางเข้าประเทศ โดยเราก็อิงตามข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้อาจจะต้องคุยกับทางสำนักข่าวเพื่อที่จะขอลบภาพในที่เกิดเหตุก่อนหน้านี้ 

ต่อมาทั้งสองคนได้ออกมากล่าวขอโทษคนไทยจากเหตุการที่เกิดขึ้น โดยนักข่าวสาว อายุ 47 ปี สัญชาติออสเตรเลีย กล่าวว่า ขออภัยอย่างสุดซึ้งต่อคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อครอบครัวของเหยื่อเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ทีมงานเรามีความเสียใจอย่างมาก หากการกระทำของเรานั้นได้สร้างความเจ็บปวดและความทุกข์ให้ท่านมากขึ้น เราไม่เคยมีเจตนาที่จะทำให้เป็นเช่นนั้นเลย และเราก็ขออภัยทางตำรวจไทยเช่นกัน โดยเฉพาะต่อท่านรอง ผบ.ตร ที่สร้างความไม่สะดวกต่อท่าน เราทราบว่าประเทศของท่านกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เจ็บปวด เราไม่ได้มีเจตนาที่จะมาสร้างความยุ่งยากให้ท่าน  ส่วนช่างภาพชายของซีเอ็นเอ็น อายุ 34 ปี สัญชาติอังกฤษ กล่าวว่า ขออภัยอย่างสุดซึ้งต่อประชาชนคนไทยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมขออภัยต่อคนไทยที่ได้สร้างความยุ่งยากให้ท่านมากขึ้น โดยที่ท่านกำลังอยู่ในช่วงเวลาบอบช้ำอย่างมากเช่นนี้