ยายเศร้ากอดรูปหลาน 6 ขวบเสียชีวิตจากโคลนถล่ม

2018-01-13 15:25:04

ยายเศร้ากอดรูปหลาน 6 ขวบเสียชีวิตจากโคลนถล่ม

ยายเศร้ากอดรูปหลานชายวัย 6 ขวบ เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดินโคลนถล่มในแคลิฟอร์เนีย 


จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่มในเมืองซานตาบาร์บารา รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ ด.ช.ชาวไทยวัย 6 ขวบเสียชีวิต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 287 หมู่ที่ 13 บ้านโนนทัน ต.นาจาน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ของนางยุภาวรรณ หรือ อ้อ บัญญัติตระกูลปาน อายุ 31 ปี ผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดินโคลนถล่ม เป็นแม่ของ ด.ช.พีรวัฒน์ สุทธิเทพา หรือ น้องพาสต้า อายุ 6 ขวบที่เสียชีวิต รวมถึงสามี คือ นายพินิจ สุทธิเทพา อายุ 30 ปีและลูกสาวคนเล็ก น้องลิเดีย อายุ 3 ขวบ ซึ่งขณะนี้สูญหายยังไม่ทราบชะตากรรม อยู่ระหว่างการค้นหา โดยบ้านหลังนี้เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นด้านล่างเปิดเป็นร้านจำหน่ายของชำ มีชาวบ้านที่ทราบข่าวเดินทางแวะเวียนมาที่บ้านอย่างต่อเนื่องเพื่อถามถึงเหตุการณ์และให้กำลังใจ พบนางนิตยา บัญญัติตระกูลปาน อายุ 59 ปี แม่ของนางยุภาวรรณ อยู่ในอาการเศร้าสลด พร้อมกอดภาพถ่ายของน้องพาสต้า ที่เสียชีวิต


นางนิตยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกช็อกและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่น่าเกิดขึ้นเลย ซึ่งลูกสาวตน คือนางยุภาวรรณ หรือ อ้อ โทรมาเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า คืนวันที่เกิดเหตุ ออกไปทำงานที่ห้างกับนางบุญเติม แม่ของนายพินิจ ปล่อยให้ทุกคนอยู่บ้าน มีพ่อของนายพินิจ นายพินิจ น้องพาสต้า และน้องลิเดีย ซึ่งทุกคนหลับอยู่ภายในบ้านไม่ทันระวังได้เกิดเหตุการณ์ดินโคลนไหลถล่มทับบ้านเรือนสูญหายไปทั้งหมด ซึ่งทางการของรัฐ ได้แจ้งเตือนไว้ให้เฝ้าระวัง แต่ยังไม่ถึงขั้นให้อพยพ เพราะปกติถ้าให้อพยพ จะมีเจ้าหน้าที่มาเคาะประตูบ้านเพื่อแจ้งข่าว แตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยคือลมและทิศทางโคลนเปลี่ยนทิศหันพุ่งตรงเข้าหมู่บ้านอย่างจัง ทำให้ทุกสิ่งราบหายไปในพริบตา ซึ่งถ้าลูกสาวของตนกับนางบุญเติม ไม่ไปทำงานก็คงมีชะตากรรมที่ไม่ต่างกัน เพราะช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ประมาณ ตี 2 ทุกคนกำลังนอนหลักพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน

Advertisement




นางนิตยา กล่าวอีกว่า ตนกับลูกสาวโทรพูดคุยติดต่อกันประจำ ก่อนเกิดเหตุได้โทรมาว่าจะพากันกลับมาเยี่ยมบ้านแต่รอลูกปิดเทอมก่อน เพราะเพิ่งติดตามสามีไปอยู่ที่นั่นได้ประมาณ ปีกว่าๆ ส่วนสามีคือนายพินิจ ไปอยู่ที่นั่นกับพ่อของเขาตั้งแต่เด็ก ทำงานที่บริษัทโตโยต้า ตอนนี้ก็รอแต่ปาฏิหาริย์ให้พบตัวนายพินิจ และน้องลิเดีย ในสภาพมีชีวิตหรือไม่ก็ตาม ซึ่งในขณะนี้ทางครอบครัวในประเทศไทยยังไม่ได้ดำเนินการอะไร คงต้องรออีกสักระยะเพราะนายพินิจ และน้องลิเดีย ก็ยังไม่พบตัว จึงยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการกันต่ออย่างไรในเรื่องการเคลื่อนย้ายศพ ส่วนทางการไทยในขณะนี้ยังไม่ใครประสานหรือติดต่อมาที่ตน ตนจึงอยากขอให้ทางสถานทูตติดต่อกับลูกสาวตนเพื่อช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยในระหว่างรอการค้นหา รวมถึงช่วยเหลือด้านเอกสารต่างๆ เนื่องจากหลังเกิดเหตุไม่มีอะไรเหลือติดตัวออกมาเลย


แท็กที่เกี่ยวข้อง