"สุวัจน์" ย้ำเหมือนนักกีฬากติกาเปลี่ยนพร้อมเล่น

2022-07-09 11:54:53

 "สุวัจน์" ย้ำเหมือนนักกีฬากติกาเปลี่ยนพร้อมเล่น

Advertisement

"สุวัจน์" ชี้สูตร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์หาร 500 ให้รอศาล รธน. วินิจฉัย ย้ำเหมือนนักกีฬากติเปลี่ยนพร้อมเล่น 

เมื่อวันที่ 9 ก.ค.65  ที่สำนักงานพรรคชาติพัฒนาและศูนย์คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองประเด็นร้อนสูตรส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หาร 500 ว่าอันนี้เป็นมติของรัฐสภาว่าคิดเห็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้มติรัฐสภาก็ให้ความเห็นชอบในเรื่องของ 500 หาร ขณะนี้มติก็ถือว่า 500 หาร แต่อย่างไรก็แล้วแต่เนื่องจากว่าเป็น ร่างพ.ร.ป.เกี่ยกับการเลือกตั้ง ทั้ง 2 ฉบับที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา และถึงแม้ว่ารัฐสภาจะให้ความเห็นชอบอย่างไร โดยรัฐธรรมนูญแล้วก็ต้องส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่งถึงความถูกต้องขณะนี้เป็นเรื่องที่รัฐสภาอยู่ระหว่างการพิจารณาให้จบสิ้นทั้ง 2 ฉบับเสร็จแล้วก็จะต้องมีขั้นตอนจะต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกับรอ กกต.พิจารณา ก็จะเกิดความชัดเจนทางกฎหมาย แต่ขณะนี้ก็มีข้อคิดเห็นที่เห็นแตกต่างกัน ว่าอะไรดีกว่าอะไร 100 หารดีกว่า หรือ 500 หารดีกว่า แต่ที่สุดแล้วในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญและกฎหมายก็คงต้องยึดหลักของความถูกต้องของกฎหมายเป็นหลัก ฉะนั้นตนคิดว่าคำชี้ขาดหรือคำวินิจฉัยหรือการพิจารณาต่างๆ ของศาลรัฐธรรมนูญ คงจะมีบรรทัดฐานที่เหมาะสมที่จะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับกันว่า ควรที่จะเป็นอย่างไร หรือมติของรัฐสภานั้นได้รับการยอมรับว่ามีความถูกต้องประการใด ฉะนั้นเพื่อความชัดเจนต่างๆถึงแม้ว่าบางคนมองว่าควรจะหาร 100 บางคนอาจจะมองว่าควรจะหาร 500 แต่ว่าเมื่อเป็นมติไปแล้วตอนนี้ตนคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดก็คือ ฟังศาล เพราะโดยขั้นตอนของรัฐธรรมนูญต้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญและ กกต.

นายสุวัจน์ กล่าว่า วันนี้บรรยากาศทางการเมืองจะต้องช่วยกันสร้างบรรยากาศของการเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง เพราะตอนนี้สภาหรือรัฐบาลก็อยู่มา 3 ปีจะครึ่งแล้วจากนี้ไปทุกคนก็รู้ว่าถึงเดือนมี.ค.ขณะนี้เป็นบรรยากาศเหมือนกับการนับถอยหลังเข้าสู่การเลือกตั้ง และการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่มีความสำคัญมากๆ เพราะเป็นการเลือกตั้งในช่วงเปลี่ยนถ่ายของสถานการณ์วิกฤติของประเทศ เช่น เรามีปัญหาโควิด-19 มา 2 ปีเริ่มคลี่คลายแล้ว สังคมก็คาดหวังว่าเริ่มคลี่คลายแล้วหลังโควิด-19 จะเป็นอย่างไร หรือการสู้รบที่ก่อผลกระทบเรื่องน้ำมันแพง สินค้าอุปโภคบริโภคแพงหมด ประชาชนเดือดร้อน หรือปัญหาเงินเฟ้อ ปัญหาหนี้สาธารณะต่างๆ ที่เราจำเป็นต้องกู้มาเพื่อแก้ปัญหาปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้ครัวเรือน สิ่งต่างๆเหล่าเป็นผลกระทบ ซึ่งพี่น้องประชาชาชนก็คาดหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องเป็นการเลือกตั้งที่นำไปสู่ทางออกการเมืองหลังการเลือกตั้ง สภาหลังการเลือกตั้งรัฐธรรมนูญหลังการเลือกตั้ง รัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะต้องนำไปสู่ทางออกสามารถแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ บรรยากาศวันนี้สู่วันเลือกตั้งเหมือนกับว่านับถอยหลัง เราจะทำอย่างไรให้บรรยากาศการนับถอยหลังเข้าสู่สนามเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกคนรู้สึกเต็มใจพร้อมที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง และสำคัญที่สุดจะต้องสร้างบรรยากาศให้เกิดความชอบธรรม เกิดการยอมรับผลการเลือกตั้ง ถ้าผลของการเลือกตั้งหรือการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้วทุกคนให้การยอมรับมันก็จะทำให้เกิดเสถียรภาพทางการเมืองที่เข้มแข็ง เกิดประสิทธิภาพทางการเมืองที่จะมาแก้ไขปัญหาของประเทศได้

นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า แต่ถ้าบรรยากาศของการนับถอยหลังเข้าสู่สนามเลิกตั้งเริ่มมีบรรยากาศของความไม่เรียบร้อย หรือความรู้สึกว่ากติกาเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมอะไรต่างๆ ตนว่าวันนี้เราต้องคลี่คลายปัญหาต่างๆและมีความร่วมมือกันในการสร้างความโปร่งใส ความชัดเจนในกฎหมายอะไรต่างๆที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการการเลือกตั้ง เพื่อให้ได้รับการยอมรับแล้วผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรทุกคนยอมรับและพร้อมที่จะลงสนามเลือกตั้ง เพื่อให้บรรยากาศหลังการเลือกตั้งนำไปสู่เสถียรภาพทางการเมืองที่เข้มแข็งและนำไปสู่ประสิทธิภาพทางการเมืองที่จะมาแก้ไขปัญหาของประเทศและไม่ก่อให้เกิดปัญหาการเดทล็อคทางการเมือง ฉะนั้น เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะต้องช่วยกันสร้างความโปร่งใส ความเป็นธรรม ความรู้สึกว่าชอบธรรมในทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับกติกาการเลือกตั้ง ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่รัฐธรร นูญได้กำหนดไว้แล้ว เมื่อมีมติให้ความเห็นชอบอย่างไรและในเมื่อเป็นร่าง พ.ร.ป.เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทั้ง 2 ฉบับที่กำลังพิจารณาขณะนี้ที่มีความสำคัญต่อการเลือกตั้งยังไงก็จะต้องส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญในการที่จะวินิจฉัยชี้ขาดหรือมีประเด็นอะไรต่างๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจนลงตัว

เมื่อถามว่าพรรคใหญ่ พรรครัฐบาล จะได้เปรียบ 500 หารนั้น นายสุวัจน์ กล่าวว่า วันนี้ถ้าเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญกันไปแล้ว หรือมีกฎหมายอะไรต่างๆเราควรจะให้เกิดความรู้สึกว่ากฏเกณฑ์อะไรที่เกิดขึ้นเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ควรจะมีกฎเกณฑ์อะไรต่างๆที่เกิดขึ้นแล้วรู้สึกว่าคนนั้นได้เปรียบ คนนี้เสียเปรียบ ต้องให้รู้สึกเป็นธรรม เพื่อให้ผลประโยชน์ทุกอย่างสู่บ้านเมือง เราจะต้องอยู่บนพื้นฐานนั้น การเมืองคือการเข้ามาอาสาให้กับพี่น้องประชาชน ฉะนั้นทุกอย่างจะต้องเป็นธรรมและจะต้องแฟร์กับทุกฝ่าย เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้สิทธิใช้เสียงแล้วทุกคนยอมรับในสิ่งที่พี่น้องประชาชนได้ตัดสิน

เมื่อถามว่า ในส่วนพรรคชาติพัฒนาเกี่ยวเรื่อง 500 หาร หรือ 100 หารนั้น นายสุวัจน์ กล่าวว่า ตนคิดว่าทุกคนก็ได้ให้ความคิดเห็นกัน บางคนก็บอกว่า 500 ดี บางคนก็บอกว่า 100 ดี แต่ทุกอย่างก็ต้องกลับไปสู่หลักของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ มีการแก้ไขไปแล้ว เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ร่าง พ.ร.ป.ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายลูก แต่ว่าร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญที่แก้ไขก็ต้องเป็นหลัก บอกว่ามีการเลือกตั้งบัตรสองใบ มี ส.ส.เขตเลือกตั้ง 400 มี ส.ส.บัญรายชื่อ 100 ฉะนั้นตนเชื่อว่าทุกอย่างอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแล้วไม่ไปขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นบางทีมุมมองและความคิดก็อาจจะแตกต่างกันได้ แต่ผู้ที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุดองค์กรศาลรัฐธรรมนูญ เราก็ต้องฟังศาล ว่า ศาลคิดเห็นอย่างไร

“ผมว่าเหมือนนักกีฬา เมื่อกติกาเปลี่ยนเราพร้อมจะเล่นหรือเปล่า การเมืองเป็นงานอาสา ถ้าเราพร้อมจะเล่น เราอยากได้ชัยชนะ เราก็ต้องวางแผนการเล่น ก็ต้องปรับยุทธศาสตร์ต่างๆ ให้สอดคล้องกับกฎกติกา แต่สำคัญที่สุดกฎกติกาก็ต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความรู้สึกว่าอยากเข้าสู่สนามเลือกตั้งแล้วเมื่อตัดสินแล้ว แพ้ชนะ พี่น้องประชาชนตัดสินมาแล้วทุกคนยอมรับ เพื่อให้การเมืองมีเสถียรภาพ ไม่เกิดเดทล็อคทางการเมือง นี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด วันนี้ผมคิดว่าการรักษาบรรยากาศดีๆ ความร่วมมือทางการเมือง ความรู้สึกว่าทุกอย่างเป็นธรรรมแล้วเข้าสู่สนามเลือกตั้งด้วยกัน ด้วยความรู้สึกอยากเข้าแก้ไจปัญหาให้กับประชาชนแล้วเลือกตั้งมาแล้วยอมรับผลแล้วมีความร่วมมือกัน สภา และ รัฐบาลทำงานได้ ฝ่ายค้านตรวจสอบได้ สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วพี่น้องประชาชนจะสบายใจว่า การเมืองจะเป็นที่ที่หวัง ที่พึ่ง และเป็นทางออกให้กับประเทศได้” นายสุวัจน์ กล่าว

เมื่อถามถึง การอภิปรายไม่ไว้วางใจ รายสุวัจน์ กล่าวว่า ตนถือว่า เป็นด่านที่หนักที่สุดของรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐมนตรีถูกอภิปรายถ้าพ้นด่านนี้ไปได้และไปนับอายุของการหมดสมัยประชุมสภาฯก็จะไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วก็ถือว่าไม่มีอะไรที่เป็นประเด็นที่ต้องหนักอกหนักใจ ฉะนั้นเมื่อผ่านแล้วก็จะนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งแน่นอน และรัฐบาลก็ต้องทำงานอย่างเดียวแล้ว ไม่ต้องมาหนักอกหนักใจในสภาฯ รัฐบาลก็ต้องใช้เวลาที่เหลือที่สำคัญการเมืองเจ้าภาพเอเปค เป็นโอกาสดีๆของประเทศในการที่จะสร้างความเชื่อมั่น เพราะจะมีผู้นำประเทศมหาอำนาจทั่วโลกมาที่ประเทศไทย เราควรจะใช้โอกาสนี้เรียกความเชื่อมั่นในการที่จะได้รับความร่วมมือที่จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ ตอนนี้รัฐบาลเหลือเวลาน้อยมาก ฉะนั้น รัฐบาลตอนนี้เหมือนกับ Perfect Strome พายุหลายๆ ลูก พุ่งเข้าหาพี่น้องประชาชน รัฐบาลต้องใช้เวลาที่เหลือให้เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องของแพง ผลกระทบมาจากน้ำมัน พี่น้องประชาชขนเดือดร้อนกันมาก ฉะนั้นตอนนี้ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องข้าวของแพงมากๆ