"ฟลุค ธีรภัทร" ฝ่าวิกฤติชีวิตติดหล่ม ล้มป่วยต้องผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออกด่วน !!

2022-07-04 12:10:20

"ฟลุค ธีรภัทร" ฝ่าวิกฤติชีวิตติดหล่ม ล้มป่วยต้องผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออกด่วน !!

Advertisement

"ฟลุค ธีรภัทร โลหนันทน์" นักแสดงหนุ่มมากฝีมือ ที่เคยโด่งดังจากบทพระเอกสายวายในภาพยนตร์เรื่อง "พี่ชาย my bromance" และซีรีส์ต่อเนื่องจากภาพแรก "พี่ชาย my bromance2" เล่าย้อนชีวิตติดมรสุมป่วยหนักต้องเข้ารับการผ่าตัดก้อนเนื้อออกด่วน !! แฟนๆ พร้อมเพื่อนฝูงส่งกำลังใจหนาแน่น ล่าสุดปลอดภัยกลับบ้านได้แล้ว 



นักแสดงหนุ่มอนาคตไกลฝีมือไม่แพ้ใครอย่าง "ฟลุค ธีรภัทร โลหนันทน์" ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดที่หน้าอก โดยเจ้าตัวได้ออกมาเผยถึงเรื่องราวที่ค่อนข้างหนักหน่วงสำหรับชีวิตในช่วงนี้ โดยเจ้าตัวได้เล่าเหตุการณ์มรสุมครั้งนี้ผ่านทางโลกโซเชียลว่าด้วยเรื่องของการป่วยที่หนักครั้งแรกในชีวิตต้องเตรียมตัวผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ความว่า 




"คิดว่าต้องบันทึกไว้สักหน่อยกับการใช้ชีวิตโหมด very hard 27-06-2022

พรุ่งนี้เป็นวันผ่าตัด แต่ว่าโรงพยาบาลให้มาแอดมิดก่อน 1 วัน เลยยังซ่าได้



เป็นครั้งแรกที่เข้าโรงพยาบาลรัฐ และนอนห้องผู้ป่วยรวม ใจสั่นอยู่มากเหมือนกัน แถมยังงดเยี่ยม24ชั่วโมง ทำให้เข้าใจเลยว่าจริงๆแล้วคนที่นอนอยู่โรงพยาบาลอยากให้คนมาเยี่ยมมากแค่ไหน

แต่ก็ดี เพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องรู้สึกแย่ที่จะตื่นมาหลังผ่าตัดแล้วต้องพบว่าตัวเองเพื่อนน้อยมาก หรือใครบางคนที่เราคาดหวังให้เขามาเขาก็ไม่มา

รู้สึกอยากขอบคุณทุกกำลังใจที่ได้รับมา ทั้งโทรมา ทั้งไลน์มา ทั้งฝากความเป็นห่วงมา ส่งกระแสจิต หรือใครที่แผ่เมตตามาก็ตาม



สำหรับใครที่เพิ่งรับรู้ว่าเราจะมีผ่าตัดจากโพสต์นี้ ขอโทษทีนะ เราไม่อยากบอกใครเยอะ กลัววุ่นวาย และก็เดี๋ยวไม่เท่ด้วย

และก็ถ้าใครสงสัยว่าผ่าตัดอะไร เราขี้เกียจอธิบาย ไปค้นกูเกิ้ลคำว่า ”โรคMG” ดู คือมันเป็นโรคที่อธืบายยาวอ่ะ ไปอ่านเองเหอะถ้าสนใจ เพราะเอาจริงๆแล้วมันไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่หรอก ถ้าพล่ามไปโพสต์นี้มันจะกลายเป็นโพสต์ความรู้ทางการแพทย์แทน แทนที่จะเป็นโพสต์บ่นกับตัวเอง

ว่าแล้วก็พูดกับตัวเองในปีหลังจากนี้ดีกว่า

“ชีวิตช่วงนี้เ...ยมาก เมื่อวานมึง mental breakdown มา ตื่นมาร้องไห้ตอนเช้า ออกไปซื้อกาแฟและก็ร้องไห้อีกรอบ



มึงร้องไห้กับหลายๆเรื่อง และก็สรุปได้ว่ามึงไม่ได้กลัวการผ่าตัด แต่มึงร้องไห้ที่โชคชะตาชีวิตมึงมันเส็งเคร็ง รวมไปถึงการงานที่จู่ๆแม่งก็เข้าสู่จุดเทิร์นของชีวิตขึ้นมาเฉยๆ

เงินเก็บที่มีก็หมดลง ความเชื่อมั่นในตัวเองลดต่ำเตี้ยลงติดดิน สภาพเศรษฐกิจ ข่าวสาร โซเชียลtoxic

อ้อ และก็เสือกต้องงดบุหรี่กับเหล้าช่วงก่อนผ่าตัด1เดือนด้วย อันนี้น่าจะสำคัญสุด

…ขอให้ตอนที่กลับมาอ่านมึงดีขึ้นกว่าตอนนี้เหอะนะ ตอนนี้ตกต่ำสุดๆ ไปเลยว่ะ”…



จำได้ว่าเขียนอะไรให้ตัวเองอ่านในเฟสล่าสุดก็นานมากๆแล้ว ประหลาดดีเหมือนกันที่กลับมาทำอะไรแบบนี้

เป็นเทิร์นนิ่งพ้อยที่ทำให้คิดได้จริงๆว่าเสียดายชีวิตจริงๆ …อยากใช้ชีวิตมากกว่านี้"



หลังจากนั้นวันที่ 2 ก.ค. 65 "ฟลุค ธีรภัทร" ที่ได้รับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ได้ออกมาเผยถึงผลการผ่าตัดที่ค่อนข้างดีแต่มีเรื่องเซอร์ไพรส์ก่อนการผ่าคือทีมแพทย์ได้แจ้งว่าต้องเปลี่ยนจากการผ่าด้วยการส่องกล้อง เป็นการผ่าแหวกหน้าอกไปเลย ซึ่งเรื่องนี้ก็มิอาจทำให้นักแสดงหนุ่มหวาดหวั่นใดๆ ยังคงโทร.ไปแจ้งแฟนสาวเพื่อบอกเวลาการเข้าเยี่ยมอีกต่างหากเรียกได้ว่าเป็นหนุ่มใจสู้น่าดู โดย "ฟลุค" ได้เขียนบรรยายเอาไว้ว่า

"การผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี หมอที่โรงพยาบาลรัฐเก่งอย่างไม่มีข้อต้องสงสัยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรามาบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นกันเป็นลำดับถัดไปดีกว่า 28-06-2022

วันผ่าตัด งดน้ำงดอาหารมาตั้งแต่เที่ยงคืน จำได้ว่าตื่นขึ้นมาในตอนเช้าไม่นานหมอก็เข้ามาคุยว่าจะต้องเปลี่ยนแผนผ่าตัด จากเดิมที่เป็นส่องกล้องผ่า เปลี่ยนเป็นผ่าแหวกหน้าอกไปเลย ด้วยเหตุผลที่ว่าก้อนเนื้อตรงหน้าอกเรามันทับเส้นเลือดดำอยู่ ซึ่งหมอต้องผ่าเอาก้อนนี้ออกมาให้หมด ถ้าเหลือไว้เพียงนิดเดียวก็เท่ากับไม่มีผล

สิบโมงกว่า พยาบาลตรงเข้ามาหาที่เตียงและบอกว่า ห้อง or เรียก ทั้งๆที่จริงๆแล้วคิวผ่าเราอยู่ที่เที่ยงตรง เราขอยกโทรศัพท์โทรหาแฟนก่อน เพราะแฟนกำลังจะมาหาก่อนผ่า ให้ตามมาทีหลังผ่าแทน

วางสายเสร็จเราก็ถูกพาตัวไปชั้น8 นอนรออยู่เตียงแคบๆตั้งแต่สิบโมงกว่าจนถึงเที่ยงจริงๆ แล้วค่อยมีคนมาเข็นพาเราไปห้องผ่าตัด

หมอเข้ามาคุยอะไรกับเราสักอย่างก่อนจะพาเข้าห้องผ่าที่มีอุปกรณ์เยอะแยะไปหมด

เราถูกจับถอดเสื้อผ้า ทุกอย่างดูน่ากลัว เราถูกรัดด้วยผ้าผืนเขียวแข็งๆและสายรัดที่มัดเราไว้กับเตียง จิตใจในตอนนั้นมันแย่สัสนรกเลย แต่ก็ดีที่ไม่นานหมอก็จัดแจงฉีดยาสลบให้ เราน็อคไปในทันที …

สลึมสลือตื่นมาตอนถูกพาตัวเข็นกลับห้องพัก ipd รู้สึกได้ว่า แฟนเรากับเพื่อนเรามาเยี่ยมก็ดีใจมาก แต่ทไอะไรไม่ได้ เลยชูนิ้วกลางแทน

และก็ยังคงไม่ได้สติอยู่ภายในห้องพักอีกหลายชั่วโมง เราโดนปลุกขึ้นมาบ่อยมาก เดี๋ยววัดความดัน ถามระดับความรู้สึกปวดของแผล ฉีดยา วนเวียนไปเหมือนกับเป็นลูปทุกๆสองชั่วโมงอะไรอย่างนั้นเลย และเมื่อฉีดยาเข้าไปเยอะ ก็รู้สึกคลื่นไส้ ซึ่งพอบอกพยาบาล พยาบาลก็เอายามาฉีดเพิ่มอีก

ไฟในวอร์ดก็เปิดไว้ตลอดเวลา ไม่นาน หลังจากถูกปลุกหลายครั้งเข้าในคืนเดียว การรับรู้เวลาของเราค่อยๆจางหายไป และตื่นมาในตอนเช้าที่พยาบาลเข้ามาวัดความดันพร้อมกับคำถามที่ถามออกไปว่า วันนี้วันที่เท่าไหร่แล้ว

29-06-2022

หิวน้ำแบบบัดซบ คนเรามันอดข้าวได้นานกว่าอดน้ำจริงๆ และก็เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองถูกโยงสายอ็อกซิเจนไว้ ตอนแรกอยากขอเอาออกแต่ว่าพอเอาออกแล้วก็ถึงได้รู้ว่ามันช่วยให้หายใจได้ดีขึ้นจริงๆ

เราเจ็บหน้าอก การหายใจทุกครั้งคือความเจ็บหนึ่งครั้ง เพราะแผลที่ผ่า ผ่าตัดกลางหน้าอกเลย และการหายใจของ ถ้าเทียบกับปอดปกติแล้ว เราหายใจได้ไม่ถึง 20% ของชีวิตปกติด้วยซ้ำต่อการหายใจหนึ่งครั้ง ทำให้การพูดลำบากมาก รวมไปถึงมีสายระบายเลือดที่ต่อตรงออกมาจากหน้าอกเราออกมาสู่โหลที่วางไว้ข้างเต้ยงอีกด้วย

ไม่กล้าก้มหน้าลงไปมองแผลตัวเองเลย กลัวจะร้องไห้

เรานอนพยายามฝึกหายใจให้ตัวเองดีขึ้นแต่มันก็ไม่ดีขึ้น ความกระหายน้ำก็ยังคงทำให้ความรู้สึกของเรามันบัดซบยิ่งกว่าเดิม ในหัวเต็มไปด้วยความคิดที่อยากตาย ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ แม่งกูยังไม่ได้ทำเหี้ยไรผิดเลย …รู้สึกทรมาน

จนหมอมาราวด์วอร์ดเช้า หมอให้ทานอาหารอ่อนได้แล้ว แต่ว่ากว่าหมอจะมาข้าวมันก็เสืร์ฟไปสองชั่วโมงกว่าได้แล้ว ไม่อยากแดกมันแล้ว แต่ก็ยังดีที่ให้กินน้ำได้

หมอเตือนว่าให้เคลื่อนไหวเยอะๆ และพยายามหายใจไม่งั้นปอดจะฟีบ เพราะตอนที่หมอเลาะก้อนเนื้อออก เนื้อมันอยู่ติดกับปอดหมอเลยเลาะเอาเยื่อหุ้มปอดไปด้วย

หลังหมอออกไป วันนั้นก็ยังทำอะไรไม่ได้ บอกพยาบาลว่าขอโทรศัพท์เพื่อมาติดต่อกับคนที่เป็นห่วง แต่ก็พิมพ์ได้แค่ข้อความสั้นๆกลับไปให้รู้ว่าฟื้นแล้ว

การยกแขนแต่ละครั้งก็กระเทือนแผล เพิ่งเข้าใจระบบกล้ามเนื้อของเราว่ามันเชื่อมต่อกันอย่างไงก็ตอนนี้แหละ ท่อนบนเหมือนเป็นอัมพาต ส่วนท่อนล่างใช้งานได้ตามปกติ แต่ต้องให้ไม่กระเทือนกับท่อนบนมากเป็นพอ

และความรู้อีกอย่างก็คือ คนเรามีจังหวะกลั้นหายใจเยอะมาก อย่างตอนกินข้าว ตอนออกแรง มันจะมีจังหวะที่เรากลั้นหายใจและใช้มันอยู่ ซึ่งจังหวะเหล่านี้ก็ทำให้เราทรมานขึ้นไปอีกขั้น ด้วยความที่เราหายใจได้ไม่ถึง 20% มันเต็มไปด้วยรายละเอียดอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด

เป็นวันหลังผ่าตัดที่เต็มไปด้วยความหดหู่ เพื่อนๆก็เข้ามาเยี่ยมไม่ได้ เราเลยตัดสินใจนอนด้วยอาการเมายาที่ยังค้างอยู่เล็กๆ

และก็สะดุ้งตื่นมาอีกบ่อยครั้งเพราะพยาบาล รวมไปถึงการเสิร์ฟข้าวเที่ยงและข้าวเย็น ที่เราตัดสินใจลุกขึ้นมากินอย่างลำบาก จังหวะการเปลี่ยนจากนอนมานั่งมันใช้กล้ามเนื้อท่อนบนเยอะมาก ลุกเองไม่ได้ พยาบาลก็ทำหน้าเหมือนไม่อยากช่วย มันก็ต้องสู้ชีวิตฝืนทำไป

หายใจและเคี้ยวข้าวสลับกันเป็นอะไรที่เหนื่อยเอาเรื่อง แต่ก็ทำได้ เรากินจนหมดด้วยไอเดียที่ว่าอยากจะรีบแข็งแรง รีบหาย อะไรมาเสิร์ฟก็จะกินมันให้หมดนี่แหละ กูยังหนุ่ม ร่างกายกูยังสู้ไหว

วันนั้นทั้งวันสิ่งที่ทำได้แบบก้าวกระโดดก็คือลุกขึ้นมายืนและเดินรอบๆเตียงให้ได้ ฉี่ด้วยการยืนฉี่ที่ข้างเตียงแบบมีผ้าม่านกั้น

ได้เท่านี้ก็เก่งมากแล้วปะวะ พยาบาลแม่งยังดึงหน้าใส่กูทำเหี้ยไรอยู่วะ

30-06-2022

ตื่นมาด้วยอาการปวดหลังปวดไหล่ เพราะเตียงนอนแข็งแบบนรก รวมไปกับอาการเกร็งไหล่เพราะความเจ็บที่หน้าอก ทำให้ตื่นมาตั้งแต่ตี 5 อยากจะคอมเพลนเรื่องเตียงแต่ก็ไม่กล้า เลยบอกพยาบาลไปว่านอนตกหมอนขอยาทาหน่อย พยาบาลก็บอกจะให้พรุ่งนี้

ไม่นานหลังตื่นขึ้นมาพยาบาลก็เอาผ้าชุบน้ำมาให้เราเช็ดตัวเอง …ลำบากชิบ กูเพิ่งผ่าอกมาสองวัน

แต่ความเก่งกว่านั้นคือเราสามารถยกโหลใส่เลือดของตัวเองเดินไปล้างหน้าแปรงฟันที่ห้องน้ำได้เองแล้ว ซึ่งดีใจมากๆ เพราะเราเป็นคนไม่แปรงฟันไม่ได้ เหม็นตัวเอง

วันนี้การหายใจดีขึ้นกว่าทุกวัน รู้สึกว่าหายใจได้ 30% แล้ว และการใช้ชีวิตก็ดูจะเริ่มเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น

วันนี้มีการเอ็กซเรย์ พนักงานเข้ามาพร้อมเครื่องเอ็กซเรย์เครื่องใหญ่ และจับเรานอนทับแผ่นเอ็กซเรย์ อย่างยากลำบากแต่ไม่นานก็เสร็จสิ้นไป

สายๆหมอเข้ามาราวด์วอร์ด และตัดสินใจดึงสายระบายเลือดออก ซึ่งแม่ง คือการดึงด้วยมือเปล่า เจ็บแบบเจ็บสัสนรก

เราร้องลั่น แม่งเหมือนในหนังเอเลี่ยนหรืออะไรประมานนั้นเลย

หลังจากดึงสายออกอาการเราแย่ลง เพราะความเจ็บมันเพิ่มมากขี้น หมอบอกจะให้ยาแก้ปวดเพิ่มแต่ก็ไม่เห็นจะมีใครเอายาอะไรมาให้เลย จนสิบโมงพยาบาลเดินมาบอกว่าให้เราไปเอ็กซเรย์ที่ชั้นล่างอีกครั้ง ถ้าผลออกมาดี ก็กลับบ้านได้เลย

…แต่กูยังไม่หายเ...ยไรเลยนะ

แต่ช่างแม่ง อยู่ที่นี่แม่งนรกกว่าเห็นๆ

เราโทรตามแฟนให้มาชำระเงินให้แทน และมารับเรากลับบ้าน เพราะยังไงผลมันก็ออกมาดีอยู่แล้ว กูแข็งแกร่งมากแน่นอน ซึ่งก็ตามคาด เราได้กลับทันที

ดีใจเ...ยๆที่ได้ถอดสายน้ำเหลือออกจากหลังมือสักที

และก็ดีใจเ...ยๆ ที่ได้กลับบ้านมาเจอหมาบ้าๆสองตัววิ่งเข้ามาจะตะกุยแผลให้ได้

อ้อ ดีใจที่สุดเลยคือครั้งแรกที่ได้ออกจากโรงพยาบาล แล้วมีลมพัดเข้ามา …รู้สึกเหมือนนานเป็นชาติเลยกว่าจะได้หายใจแบบนี้ โล่งขึ้นเยอะเลยว่ะ

(รูปแผลแปะไว้ในคอมเม้นท์นะ แผลโหดมาก เผื่อใครไม่อยากเห็นก็เลี่ยงได้)"




ท่ามกลางแฟนๆ และเหล่าเพื่อนฝูงมากมายที่ส่งกำลังใจให้หนุ่ม "ฟลุค" พร้อมอวยพรขอให้นักแสดงหนุ่มหายจากอาการป่วยโดยไว