ปิดบูรณะเสาชิงช้า 150 วัน

หน้าแรก ข่าว ข่าวทั่วไป ปิดบูรณะเสาชิงช้า 150 วัน

ปิดบูรณะเสาชิงช้า 150 วัน

ปิดบูรณะเสาชิงช้า 150 วัน

12 ธ.ค. 2017 17:45 น.


กทม.ทำพิธีบวงสรวงเสาชิงช้าก่อนทำการบูรณะให้สง่างาม ใช้งบประมาณ 2 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 150 วัน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 ธ.ค. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีบวงสรวงเสาชิงช้าก่อนทำการบูรณะ โดยมีพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ วิบูลย์เวทย์บรมหงส์พรมพงศ์ พฤฒาจาริย์ ประกอบพิธี ร.ต.อ.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ร่วมพิธี ณ บริเวณเสาชิงช้า


พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า เสาชิงช้านับเป็นสถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่การบูรณะซ่อมแซมตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา เสาชิงช้าซึ่งต้องตั้งอยู่กลางแดด โดนฝนและลมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เนื้อสีหลุดร่อน ขาดความสวยงาม กรุงเทพมหานครจึงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเพื่อดำเนินการปรับปรุง รวมทั้งหารือกับกรมศิลปากรในส่วนรายละเอียดต่างๆด้วย สำหรับงบประมาณในการปรับปรุงครั้งนี้ ประมาณ 2 ล้านบาท และกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 150 วัน  ทั้งนี้ระหว่างการบูรณะเสาชิงช้าจะต้องมีการปิดกั้นตัวเสาชิงช้า และพื้นที่โดยรอบ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับประชาชนและนักท่องเที่ยว


เสาชิงช้ากำหนดสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 8 เม.ย. พ.ศ. 2327 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เพื่อประกอบการโล้ชิงช้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีตรียัมปวาย - ตรีปวาย อันเป็นพระราชพิธีสำคัญพระราชพิธีหนึ่งในพระราชพิธี 12 เดือนที่ปฏิบัติสืบเนื่องมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี โดยจะจัดขึ้นประมาณเดือน ธ.ค. ถึงต้นเดือน ม.ค. ในเวลาเช้า ขึ้น 7 ค่ำ และเวลาเย็น ขึ้น 9 ค่ำ เดือนยี่ พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นประธานในพิธี เรียกว่า พระยายืนชิงช้า และให้บริวารพราหมณ์ที่แข็งแรงขึ้นโล้ชิงช้า พิธีนี้ปฏิบัติสืบเนื่องมาจนถึงสมัยต้นรัชกาลที่ 8 จึงได้ยกเลิกไป ถึงแม้ว่าจะได้ยกเลิกการโล้ชิงช้าในพระราชพิธีตรียัมปวาย – ตรีปวายไปแล้ว แต่เสาชิงช้ายังเป็นโบราณสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 66 ตอนที่ 64 วันที่ 22 พ.ย.2492 เวลาต่อมาเสาชิงช้าได้เกิดความชำรุดเสียหายจึงได้มีการซ่อมแซมบูรณะเปลี่ยนไม้เสาชิงช้ามาหลายครั้ง ใน พ.ศ. 2547 ไม้เสาชิงช้ามีความชำรุดผุในเนื้อไม้ทุกส่วนจนไม่อาจบูรณะซ่อมแซมได้ กรุงเทพมหานครจึงได้ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์เสาชิงช้าขึ้นใหม่ โดยความเห็นชอบจากกรมศิลปากรและได้รับความร่วมมือจากกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ใช้ไม้สักทองจากอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ มาใช้ในการทำไม้เสาชิงช้า


ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทรงพระสุหร่ายเหนือแท่นจารึกเสาชิงช้า เมื่อวันพุธที่ 12 ก.ย. 2550 ขณะที่ปัจจุบันสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร ตรวจพบความเสียหายบริเวณเสาชิงช้าและพื้นที่โดยรอบ จึงขอจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการซ่อมแซมงานสถาปัตยกรรมให้อยู่ในสภาพที่ดี เพื่อให้เสาชิงช้ามีความสง่างาม ยับยั้งการชำรุดเสื่อมสภาพ ยืดอายุให้ยืนยาว และคงไว้ซึ่งคุณค่ามรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติต่อไป

สำหรับรายละเอียดการปรับปรุง ประกอบด้วย งานปูน ได้แก่ การทำความสะอาดพื้นผิวบริเวณที่พองร่อน และเสื่อมสภาพ มีเชื้อราและตะไคร่น้ำ ทาน้ำยาฆ่าเชื้อราชนิดพิเศษ ฉาบปรับแต่งพื้นผิวที่เป็นรอยแตกร้าวลายงา ทาน้ำยากันความชื้น งานผิวโลหะเหล็ก ได้แก่ ซ่อมสีฟิล์มที่เสียหาย ขจัดคราบสนิม พ่นสีกันสนิม งานผิวไม้ ได้แก่ ทาสีรองพื้นไม้กันเชื้อรา ทาน้ำยารักษาเนื้อไม้ ทาสี งานปูกระเบื้องดินเผาฐานเสาชิงช้า งานปูกระเบื้องดินเผาพื้น งานคันหิน งานไฟ LED UPLIGHT งานไฟ LED SPOT Light ทั้งนี้มีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค.2561 




ข่าวที่น่าสนใจ


`