อินโดนีเซีย เดือดแทนโรฮีนจา ร้องตะเพิดทูตเมียนมา

หน้าแรก ข่าว ต่างประเทศ อินโดนีเซีย เดือดแทนโรฮีนจา ร้องตะเพิดทูตเมียนมา

อินโดนีเซีย เดือดแทนโรฮีนจา ร้องตะเพิดทูตเมียนมา

อินโดนีเซีย เดือดแทนโรฮีนจา ร้องตะเพิดทูตเมียนมา

5 ก.ย. 2017 13:00 น.



ปัญหาชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮีนจา ขยายวงกว้างกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศแล้ว เมื่อล่าสุด ชาวมุสลิมอินโดนีเซียหลายร้อยคน ชุมนุมประท้วงนอกสถานทูตเมียนมาในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เรียกร้องให้เนรเทศเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำอินโดนีเซียออกนอกประเทศ และตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเมียนมา

การประท้วงมีขึ้นในวันเดียวกับที่เรตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย เข้าพบกับนางออง ซาน ซูจี ผู้นำ และพลเอกอาวุโส มิ่น อ่อง-หล่าย ผู้บัญชาการกองทัพเมียนมา ในกรุงเนปิดอว์ เมื่อวานนี้ เพื่อหารือเรื่องการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ให้แก่ชนกลุ่มน้อยโรฮีนจา ขณะที่ ผู้ประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซีย แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อเมียนมา กรณีการใช้ความรุนแรงต่อชาวโรฮีนจา จนทำให้ชาวโรฮีนจาเกือบ 90,000 คน หลบหนีเข้าบังกลาเทศ ตั้งแต่ความรุนแรงปะทุขึ้นในรัฐยะไข่ ของเมียนมาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา และเธอมีกำหนดเดินทางไปยังบังกลาเทศเพื่อเรียกร้องให้ช่วยปกป้องชาวโรฮีนจาที่หลบหนีเข้าประเทศด้วย

ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 ครั้งในพรมแดนของเมียนมาที่ติดกับบังกลาเทศเมื่อวานนี้ พร้อมกันมีเสียงปืน และกลุ่มควันพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ทหารรักษาดินแดนของบังกลาเทศ กล่าวว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งขาขาดจากแรงระเบิดลึกเข้ามาในพรมแดนเมียนมาประมาณ 50 เมตรและถูกนำตัวมารักษาในพรมแดนบังกลาเทศ ซึ่งผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ ก็ได้ยินเสียงระเบิดและเห็นกลุ่มควันลอยขึ้นใกล้หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมียนมา

ขณะเดียวกัน ก็มีประชาชนหลายพันคน ชุมนุมใจกลางกรุงกรอซนี เมืองหลวงของเชชเนีย เพื่อแสดงพลังสนับสนุนชาวมุสลิมโรฮีนจา โดยพวกเขาออกมาชุมนุมที่ลานจัตุรัสใกล้มัสยิดกลาง เพื่อประท้วงต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อชาวโรฮีนจา ในเมียนมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 400 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มหัวรุนแรงโรฮีนจา ส่งผลให้เกิดการอพยพครั้งใหญ่ของชาวโรฮีนจา เข้าสู่บังกลาเทศ

นอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า มีประชาชน 20 คน ถูกควบคุมตัวใกล้สถานทูตเมียนมาในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ในข้อหาละเมิดกฎหมายจัดการชุมนุม แหล่งข่าวกล่าวกับสำนักข่าวทาสส์ บอกว่า ผู้ที่ถูกจับกุมตัวมาจากเขตนอร์ท คอเคซัสของรัสเซีย เป็นผู้หญิง 2 คน



ข่าวที่น่าสนใจ