เปิดบันทึกการจับกุม "เปรมชัย"

2018-02-07 00:00:58

เปิดบันทึกการจับกุม "เปรมชัย"

Advertisement

บันทึกที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี วันที่ 6 ก.พ.2561 บันทึกฉบับนี้ทำขึ้นไว้เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่า ​ในระหว่างวันที่ 4 - 6 ก.พ. 2561 คณะเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ได้ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้โดยใช้รถจักรยานยนต์ เส้นทางหน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช-หน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณลำห้วยปะชิ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี


ในวันที่ 4 ก.พ.2561 ขณะนั้นเวลา 13.00 น. พบกลุ่มคนจำนวน 4 คน โดยเป็นชาย 3 คน เป็นหญิง 1 คน ตั้งแคมป์กางเต็นท์พักแรมอยู่ติดถนนลำลองริมลำห้วยปะชิ จึงได้สอบถามข้อมูลและตรวจสอบในชั้นต้น เนื่องด้วยกลุ่มคนดังกล่าวท่าทางลักษณะมีพิรุธและส่อพฤติการณ์ไปในทางที่อาจสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า โดยจุดที่กางเต็นท์พักค้างแรมนั้นเป็นบริเวณที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรไม่อนุญาตให้พักค้างแรม และเป็นบริเวณที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุมและมีความเปราะบางทางระบบนิเวศสูง ประกอบกับมีคนในกลุ่มดังกล่าวอยู่ในอาการลักษณะมึนเมา เจ้าหน้าที่จึงได้ตักเตือนให้หยุดการกระทำเสีย จากนั้นจึงขับรถจักรยานยนต์เลี่ยงออกมาและทำการดักซุ่มสังเกตการณ์เพื่อสืบสวนขยายผล และได้แจ้งให้หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกทราบถึงพฤติการณ์ดังกล่าว 


ในวันเดียวกัน เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดดักซุ่มได้แจ้งให้ทราบว่า ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมาจากทิศทางแคมป์พักแรมดังกล่าว จำนวน 1 นัด หัวหน้าเขตฯ ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จึงสั่งการให้ชุดสายตรวจส่วนกลางเข้าไปตรวจสอบ ครั้นเมื่อชุดสายตรวจส่วนกลางไปถึงจุดตั้งแคมป์ในเวลาประมาณ 16.00 น. พบชาย 2 คน หญิงจำนวน 1 คน ​ 1.นายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/3 ซอยศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร​2.นายยงค์ โดดเครือ อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 8 ต.คุ้งพยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี 3.นางนที เรียมแสน อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งสว่าง อ.ประทาย จ.นครราชสีมา ได้ตรวจสอบภายในแคมป์พักในเบื้องต้น พบอุปกรณ์สำหรับจับสัตว์น้ำ ประกอบด้วย เบ็ดธงจำนวนมาก เบ็ดตกปลา (เบ็ดรอก) กองรวมกันที่ข้างแคมป์พัก โดยใช้ผ้าใบปิดคลุมอำพรางไม่ให้ผู้อื่นพบเห็นโดยง่าย และเบ็ดตกปลา (เบ็ดรอก) ถูกถอดเก็บซ่อนไว้ในท่อพีวีซีสีฟ้า ตรวจสอบมีร่องรอยการถูกใช้งานลักษณะใหม่


จากนั้นนายปิยะพงษ์ สืบเสน นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดสายตรวจส่วนกลาง ได้แจ้งให้กลุ่มคนดังกล่าวทราบว่า การพักค้างแรมในบริเวณดังกล่าวไม่สามารถกระทำได้และขัดต่อประกาศของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งการนำเบ็ดซึ่งเป็นอุปกรณ์ล่าหรือจับสัตว์น้ำเข้ามาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย จึงแจ้งให้กลุ่มคนดังกล่าวออกจากพื้นที่โดยทันที แต่นายเปรมชัย กรรณสูต ซึ่งเป็นหัวหน้าของคนกลุ่มนี้กลับต่อรองขอพักค้างแรมในจุดเดิมโดยอ้างว่าเป็นเวลาใกล้ค่ำเกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงแจ้งว่า จะไปพบนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกเพื่อเจรจาขอพักค้างแรมในจุดเดิมต่อ




ขณะเดียวกันนั้นเอง นายปิยะพงษ์ พบว่า มีชายในกลุ่มดังกล่าวหายไป 1 คน เป็นที่ผิดสังเกตจึงส่งทัศนสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจส่วนกลางซึ่งวางกำลังในบริเวณดังกล่าวดำเนินการตรวจสอบปิดล้อม โดยเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที นายเปรมชัย จึงขับรถยนต์กระบะสี่ประตูยี่ห้อ TOYOTA แบบ LANDCRUISER สีน้ำตาลอ่อน ทะเบียน 7 กค 2192 กทม. ออกจากแคมป์เพื่อจะไปพบนายวิเชียร ชิณวงษ์


​ต่อมาในเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันเดียวกัน (4 ก.พ. 2561) เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจส่วนกลางได้ติดตามตรวจสอบเสียงอาวุธปืนไปตามทิศทางที่ได้เสียงปืนดังขึ้น จนกระทั่งพบชายคนหนึ่งถืออาวุธปืนยาวติดลำกล้องอยู่ในมือในลักษณะพร้อมยิง และหันปลายกระบอกอาวุธปืนเล็งไปยังเรือนยอดต้นไม้ซึ่งมีกระรอกเกาะกิ่งไม้อยู่ พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งโดยการร้องตะโกนบอกให้ชายคนดังกล่าวหยุดการกระทำนั้นเสีย จากนั้นเข้าไปควบคุมตัวไว้ได้ สอบถามทราบข้อมูลบุคคลว่าชื่อ นายธานี ทุมมาศ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ที่ 3 ต.ช่องสะเดา อ.เมืองกาญจนบุรี จึงนำตัวมาที่แคมป์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ในทีมทำการควบคุมตัวเพื่อจะตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป


ากนั้นนายปิยะพงษ์ ได้นำกำลังออกตรวจสอบในเส้นทางที่พบนายธานีกำลังพยายามล่าสัตว์ป่า ห่างจากแคมป์ประมาณ 400 เมตร ซึ่งเป็นเส้นทางถนนลำลอง พบปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 20 ยี่ห้อ BELLIER & BELLOT จำนวน 1 นัด ถูกใช้ยิงแล้วลักษณะใหม่ หล่นอยู่ที่ถนน ห่างจากจุดที่ปลอกกระสุนปืนหล่นอยู่ออกไปประมาณ 15 เมตร ซึ่งอยู่ในห้วยปะชิและเป็นช่วงที่ไม่มีน้ำในลำธาร พบซากเครื่องในสัตว์ป่าสภาพถูกชำแหละออกจากตัวสภาพใหม่สด โดยถูกซุกซ่อนอยู่ที่ร่องหินภายในร่องลำห้วยปะชิ สภาพเครื่องในยังเป็นพวงและมีอวัยวะภายในที่สำคัญ เช่น ลำไส้ ตับ ไต กระเพาะ ปอด อยู่ครบถ้วน และใกล้กับจุดที่เครื่องในสัตว์ป่ากองอยู่ประมาณ 1-2 เมตร ยังพบถุงเกลือแกงยี่ห้อ “ตราทหารอากาศ” จำนวน 2 ถุง ซุกซ่อนอยู่ โดยเป็นถุงเปล่าที่ยังมีสภาพใหม่ๆ และเกลือถูกนำไปใช้หมดแล้ว รวมทั้งพบกระจุกขนของสัตว์ป่า ขนลักษณะใหม่และอ่อนนุ่ม สีเทาดำ หล่นอยู่ห่างจากกองซากเครื่องในประมาณ 1 เมตร




ครั้นเมื่อเวลา 18.00 น. (4 ก.พ. 2561) นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกได้นำกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจเข้ามาสมทบ และเข้าตรวจสอบแค้มป์พักแรมโดยละเอียด พบกลุ่มคนที่พักแรมอยู่ในแค้มป์ จำนวน 4 คน ดังนี้ ​1.นายเปรมชัย กรรณสูต 2.นายยงค์ โดดเครือ 3.นางนที เรียมแสน 4.นายธานี ทุมมาศ ​คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นตัวนายธานี ซึ่งถูกควบคุมไว้ก่อนแล้ว พบอาวุธปืนและสิ่งของดังนี้ ​1. อาวุธปืนที่นายธานีถืออยู่ เป็นอาวุธปืนยาวขนาด .22 ยี่ห้อ CZ 452 ZKM SCOUT CZ-USA, Kansas City , US หมายเลขตัวปืน 778590 มีทะเบียน ความยาวลำกล้อง 40 เซนติเมตร ความยาวปลายลำกล้องถึงพานท้ายปืน 83 เซนติเมตร พร้อมติดกล้องเล็งเป้า งานโดยภายในรังเพลิงมีกระสุนบรรจุอยู่ 1 นัด และอยู่ในซองบรรจุกระสุนอีก 1 นัด อยู่ในลักษณะพร้อมยิง ​2. กล่องสำรับพลาสติกที่ใช้เก็บกระสุนอาวุธปืนขนาด .22 ภายในกล่องมีกระสุนอาวุธปืนขนาด .22 จำนวน 64 นัด แยกเป็นกระสุนหัวทองแดง 42 นัด และกระสุนหัวตะกั่ว 22 นัด อยู่ในกระเป๋ากางเกงขายาวข้างซ้ายของนายธานี ​3. กระสุนอาวุธปืนลูกซองเบอร์ 20 ยี่ห้อ BELLIER & BELLOT ปลอกสีเหลือง จำนวน 2 นัด อยู่ในกระเป๋ากางเกงขายางข้างขวา ​4. มีดปลายแหลม 1 ด้าม ​ในวันเวลาเดียวกัน คณะเจ้าหน้าที่นำโดยนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ได้ดำเนินการตรวจค้น พื้นที่เกิดเหตุโดยละเอียดโดยมีบุคคลทั้ง 4 เป็นผู้ร่วมนำตรวจผลการตรวจสอบภายในแคมป์พักแรม พบการก่อกองไฟเพื่อหุงหาอาหาร โดยมีเครื่องมือเครื่องใช้ ดังนี้ 1.อุปกรณ์เครื่องครัว เช่น จานชาม หม้อ เตาแก๊ส 2.ข้าวสารและเครื่องปรุงรส 3.ถังใส่น้ำแข็งสำหรับบริโภค 1 ถัง ถังสำหรับแช่เนื้อสด 1 ถัง และถังใส่ของอื่นๆ 3 ถัง 4. มีดทำครัว 3 ด้าม มีดเหน็บ 2 ด้าม พลั่วตักดิน 1 อัน และฆ้อนตอกตะปู 1 ฆ้อน


5.ตรวจพบซากไก่ฟ้าหลังเทา จำนวน 1 ซาก ถูกแช่อยู่ในถังน้ำแข็ง มีร่องรอยบาดแผลถูกยิงโดยตรวจพบเม็ดลูกปรายของกระสุนปืนลูกซองฝังอยู่ในซากไก่ฟ้าหลังเทา จำนวน 6 แผล และมีเม็ดกระสุนลูกปรายคาอยู่ 1 เม็ด ทั้งนี้ ไก่ฟ้าหลังเทา เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์ป่าจำพวกนก ลำดับที่ 7 ออกตามความตามกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2546 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 สอบถามบุคคลทั้ง 4 คน ไม่มีหลักฐานการได้รับอนุญาตให้ครอบครองซากไก่ฟ้าหลังเทาซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองแต่อย่างใด 6.ตรวจพบเนื้อสัตว์ เป็นเก้ง น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ถูกแช่อยู่ในถังน้ำแข็ง เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง สัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 198 ออกตามความตามกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2546 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 สอบถามบุคคลทั้ง 4 คน ไม่มีหลักฐานการได้รับอนุญาตให้ครอบครองซากไก่ฟ้าหลังเทาซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองแต่อย่างใด


7.ตรวจพบซากสัตว์ถูกนำมาปรุงเป็นอาหาร ​โดยห่างจากแคมป์ไปทางทิศเหนือ ประมาณ 5 เมตร พบอาวุธปืนยาว 2 กระบอก ซุกซ่อนอยู่ด้วยกันโดยใช้เศษวัชพืชและกิ่งไม้ปิดทับซ่อนพรางไว้ รายละเอียดดังนี้ 1.อาวุธปืนยาว (ปืนไรเฟิล) ยี่ห้อ STEYR-MANNLICHER-M หมายเลขตัวปืน 201820 ทะเบียนอาวุธปืน กท.2850473 ความยาว ลำกล้อง 60 เซนติเมตร ความยาวจากปลายลำกล้องถึงพานท้าย 110 เซนติเมตร ติดลำกล้องเล็งเป้า ยี่ห้อ ZEISS รุ่น DIATAL-ZA 6 x 42 T โดยมีกระสุน จำนวน 4 นัด ยี่ห้อ WINCHESTER 30-06 SPRG บรรจุอยู่ในซองบรรจุกระสุนและติดตั้งกับตัวปืนไว้แล้วในลักษณะพร้อมใช้งาน 2.อาวุธปืนยาวลูกซองแฝดเบอร์ 20 ยี่ห้อ AYA-AGUIRRE & ARANZABAL - MADE IN SPAIN หมายเลขตัวปืน 378 และปรากฎเลขทะเบียนอาวุธปืน ก.ท.4552202 อยู่ที่พานท้าย ความยาวลำกล้อง 75 เซนติเมตร ความยาวจากปลายลำกล้องถึงพานท้าย 115 เซนติเมตร ในรังเพลิงบรรจุกระสุนลูกซองเบอร์ 20 ยี่ห้อ BELLIER & BELLOT ปลอกสีเหลือง จำนวน 2 นัด ลักษณะพร้อมใช้งาน ​ห่างจากแคมป์พักแรมออกไปทางทิศเหนือประมาณ 15 เมตร คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบกล่องและกระเป๋าสำหรับใส่อาวุธปืนยาว ซึ่งถูกนำไปซุกซ่อนวางอยู่ติดกันในพงหญ้า ดังนี้ ​1.กล่องสีดำแบบมีหูหิ้ว ขนาดความกว้าง 25 เซนติเมตร x ยาว 90 เซนติเมตร สำหรับใส่อาวุธปืนยาวขนาด .22 จำนวน 1 กล่อง ภายในกล่องมีซองบรรจุกระสุน (ซองเปล่า) ของอาวุธปืนยาวขนาด .22 จำนวน 1 อัน และน้ำมันชะโลมปืน 1 ขวด ​2. กระเป๋าหนังสีน้ำเงินแบบมีหูหิ้ว มีซิปรูด ความยาว 112 เซนติเมตร สำหรับใส่อาวุธปืนยาว


เนื่องจากเวลาดังกล่าว เป็นเวลายามวิกาล คณะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุได้อย่างละเอียด จึงได้ทำการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ มิให้มีบุคคลใดเข้าไปในพื้นที่ รวมถึงสั่งห้ามเจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวด้วย คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงได้นำตัวบุคคลทั้ง 4 คน พร้อมรถยนต์ อาวุธปืนและเครื่องกระสุน ซากสัตว์ป่า และสัมภาระทั้งหมดไปยังสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เพื่อสอบปากคำ รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ขณะนั้นเวลา 01.30 น. (วันที่ 5 ก.พ. 2561) แต่ด้วยความยากลำบากและทุรกันดารของเส้นทาง จึงทำให้เดินทางถึงสำนักงานเขตฯ ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกในเวลาประมาณ 02.30 น. ของวันที่ 5 ก.พ.2561


ต่อมาในช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้ คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้กลับไปตรวจสอบบริเวณแคมป์พักแรมซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุซ้ำ นำโดยนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ตรวจพบสิ่งของและซากสัตว์ป่าเพิ่มเติม ดังนี้ บริเวณที่ตั้งแค้มป์พักแรม พบหนังเสือดำลักษณะเป็นผืนทั้งตัว โดยถูกชำแหละเนื้อออกไปแล้ว และผืนหนังเสือดำถูกถนอมซากด้วยการทาด้วยเกลือเพื่อมิให้เน่าเสีย วัดขนาดความยาวจากหัวถึงสะโพก 83 เซนติเมตร ความยาวจากหัวถึงหาง 148 เซนติเมตร รวมทั้งพบกะโหลกเสือดำ 1 หัว ชิ้นส่วนทั้งหมดถูกบรรจุอยู่ในถุงดำและมัดปากถุงด้วยเชือก ซุกซ่อนไว้ใต้พุ่มไม้ ใกล้กัน พบกระเป๋าสะพายข้างสีแดงดำ ถูกซุกซ่อนโดยใช้เศษหญ้าแห้งปิดคลุม เมื่อเปิดดูภายในกระเป๋าพบสิ่งของดังนี้ ​1.กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 ขนาด 2 แรงครึ่ง จำนวน 13 นัด ​2.กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 ขนาด 1 แรง จำนวน 5 นัด ​3.เข็มขัดคาดเอวแบบมีช่องเก็บกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 1 เส้น ​4.กระสุนอาวุธปืนขนาด .22 จำนวน 50 นัด แยกเป็นกระสุนหัวระเบิด จำนวน 11 นัด และกระสุนหัวตะกั่ว จำนวน 39 นัด ทั้งหมดบรรจุอยู่ในกล่องกระสุน 1 กล่อง ​5.นกหวีดแบบใช้เป่าล่อนก จำนวน 1 อัน ​6.กระสุนอาวุธปืนไรเฟิล ยี่ห้อ WINCHESTER 30-06 SPRG จำนวน 3 นัด ซึ่งเป็นกระสุนแบบเดียวกันกับที่ตรวจพบในอาวุธปืนยาว (ปืนไรเฟิล) ยี่ห้อ STEYR-MANNLICHER-M หมายเลขตัวปืน 201820 ทะเบียนอาวุธปืน กท.2850473 ข้างต้น ​7. น้ำมันล้างปืน 1 ขวด ​8. ไฟฉายสปอร์ตไลต์ยี่ห้อ Metro จำนวน 1 กระบอก9.ช้อนส้อมแบบพับได้ 1 คู่ 10.มีดพับ 1 เล่ม และตรวจพบซากเสือดำ 1 ตัว ถูกชำแหละแล้ว รวมน้ำหนักซาก น้ำหนักกะโหลกและเครื่องในได้ 10.6 กิโลกรัม โดยไม่รวมหนังเสทอ บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกซุกซ่อนโดยใช้เศษหญ้าปิดคลุม


คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจาณาแล้วเห็นว่าพฤติการของนายเปรมชัย กรรณสูต กับพวกรวม 4 คนข้างต้น ได้ขับรถเข้าไปตั้งแคมป์พัก ในบริเวณจุดที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงมีการนำอาวุธปืน เครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ เข้าไปล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อันเป็น การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ดังนี้ ​1. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 36 และมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ​2. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ​3. ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 19 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ​4. ฐานร่วมกันพยามยามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 36 และมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535


​5. ฐานร่วมกัน ช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งซากของสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำความผิดตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ​6. ฐานร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามข้อ 1 (1) ของกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2538) ออกตามความตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ​7. ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ​8. ฐานรวมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ​​9. สำหรับความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการแจ้งความกล่าวโทษตามฐานความผิดต่อไป

คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ทั้ง 4 คน ทราบว่า ต้องถูกจับ และถูกนำตัวไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนพร้อมกับผู้จับกุม เจ้าพนักงานผู้จับได้แจ้งสิทธิขณะจับให้ผู้ถูกจับ ทราบ นายเปรมชัย กรรณสูต กับพวกรวม 4 คนข้างต้น ได้รับทราบและเข้าใจสิทธิดังกล่าวโดยตลอดแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับได้สอบถามเพิ่มเติม

โดยนายเปรมชัยได้ให้ถ้อยคำว่า ดำรงตำแหน่งประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) บริษัทอิตาเลียนไทยฯ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ 4 ประตูแบบมีกระบะหลัง ยี่ห้อ TOYOTA แบบ LANDCRUISER สีน้ำตาลอ่อน ทะเบียน 7 กค 2192 กทม. ตนกับพวกรวม 4 คนข้างต้น เดินทางโดยใช้รถยนต์คันนี้มาด้วยกันจากกรุงเทพมหานครและเข้ามาท่องเที่ยวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่นำเข้ามาเป็นของตน และตนทราบถึงกฏหมาย ระเบียบ ประกาศของทางราชการในการเข้ามาท่องเที่ยวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก




สำหรับ นายยงค์ โดดเครือ ให้ถ้อยคำว่า ทำงานเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายเปรมชัย กรรณสูต มาเป็นเวลากว่า 30 ปี จนถึงปัจจุบัน โดยทำหน้าที่คนขับรถยนต์

สำหรับ นายธานี ทุมมาศ  ได้ให้ถ้อยคำว่า ทำงานเป็นเจ้าของร้านอาหารชื่อ “ท่าทุ่งนา” ร้านอยู่ที่กรุงเทพมหานคร รู้จักกับนายเปรมชัยฯ มาเป็นเวลานานกว่า 5 ปี

สำหรับ นางนที เรียมแสน ได้ให้ถ้อยคำว่า ทำงานเป็นแม่บ้านให้นายเปรมชัย กรรณสูต มาเป็นเวลานานต่อเนื่องกันกว่า 5 ปี การเข้ามาท่องเที่ยวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกในครั้งนี้ตนเป็นผู้ปรุงอาหารให้แก่ทุกคน


คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจยึดซากสัตว์ป่าของกลางทุกชนิด รวมถึงของกลางในการกระทำความผิดแนบท้ายบันทึกฉบับ สำหรับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนได้มอบให้พนักงานสอบสวนรับไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้ว และมอบหมายให้ นายวิเชียร ชิณวงษ์ ตำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ทำหน้าที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เป็นผู้กล่าวโทษ นายปิยะพงษ์ สืบเสน นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ เป็นพยาน นำเรื่องราวเข้ากล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อดำเนินการสอบสวนดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดตามฐานความผิดดังกล่าวข้างต้น ต่อไป ในการจับกุมครั้งนี้ คณะพนักงานเจ้าหน้าที่กระทำไปตามอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมาย มิได้บังคับขู่เข็ญ ประทุษร้ายต่อร่างกายและจิตใจของผู้ใด หรือทำให้ทรัพย์สินของผู้หนึ่งผู้ใดสูญหายเสียหาย เสื่อมค่า หรือไร้ประโยชน์แต่อย่างใด ​ได้อ่านบันทึกการจับกุม/ตรวจยึดฉบับนี้ให้ผู้เกี่ยวข้องทุกคนฟังแล้ว และอ่านเองแล้วรับว่าถูกต้องเป็นความจริงทุกประการ และยินยอมให้ใช้บันทึกการจับกุม/ตรวจยึดนี้เป็นพยานหลักฐานในชั้นพนักงานสอบสวนและชั้นศาลได้ จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน